แม่ค้าระยองผวาพกใบหนาดกันผี หลังคนเจอวิญญาณนั่งชันเข่าพิกัดศพ 6 วัน

ระยองผวาเฮี้ยนจัด! แม่ค้าขวัญเสียหอบ "ต้นใบหนาด" บูชาติดรถสามล้อพ่วงข้าง บึ่งฝ่าความมืดข้ามหมู่บ้านหลังร่ำลือวิญญาณหนุ่มใหญ่วัย 40 ปี นั่งชันเข่าริมถนนสายห้วงหินตรงจุดล้างรถเก่า แฉพิกัดมรณะสุดสยองเคยมีประวัติคนผูกคอตายมาแล้ว 2 ศพ ด้านพ่อผู้ตายร่ำไห้เชื่อลูกชายไม่รู้ตัวว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จยย. คว่ำทับร่างในร่องน้ำนาน 6 วัน เลยปรากฏตัวส่งสัญญาณร้องขอความช่วยเหลือให้พากลับบ้าน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวจังหวัดระยองรายงานบรรยากาศความหวาดผวาและความเชื่อลี้ลับของประชาชนในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลบ้านค่าย อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ภายหลังมีการตรวจพบศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำตกไปในร่องน้ำริมถนนสายห้วงหิน-ชากกอไผ่ จนนำมาสู่กระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่ชาวบ้านสัญจรผ่านไปมาอ้างว่า พบวิญญาณของผู้เสียชีวิตยังคงวนเวียนไม่ไปไหน จนชาวบ้านบางส่วนไม่กล้าใช้เส้นทางดังกล่าวในช่วงเวลากลางคืน

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมถนนสายห้วงหิน ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุและอดีตเคยเปิดเป็นคาร์แคร์ล้างรถเก่าที่ปัจจุบันปล่อยร้าง พบ นางราตรี อายุ 56 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ มีอาชีพเป็นแม่ค้าขายของ กำลังนำธูป 1 ดอกมาจุดไหว้เพื่ออุทิศส่วนกุศลตรงจุดพบศพ พร้อมเปิดเผยว่า ตนเองต้องขับขี่รถสามล้อพ่วงข้างเดินทางมาเปิดร้านช่วงเช้ามืดระหว่างเวลา 03.00-04.00 น. ซึ่งบริเวณดังกล่าวไม่มีแสงไฟส่องสว่างและมืดสนิท ล่าสุดเพิ่งประสบเหตุระทึกมีสุนัขสีดำวิ่งตัดหน้า ประกอบกับรู้สึกขนลุกซู่ตลอดเวลาด้วยความกลัว ตนจึงต้องไปเสาะหา "ต้นใบหนาดและใบหนาด" ซึ่งตามตำราโบราณเชื่อว่ามีสรรพคุณในการขับไล่สิ่งลี้ลับและป้องกันวิญญาณ นำมาพกติดรถไว้ตลอดเวลาเพื่อความสบายใจ

ขณะที่ นางสาวสุกัญญา (สงวนนามสกุล) ชาวบ้านซึ่งมีบ้านพักอยู่ตรงข้ามจุดเกิดเหตุพอดี ระบุพฤติการณ์ว่า ในวันเกิดเหตุตนไม่ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนหรือพลิกคว่ำ และไม่ทราบเลยว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ในร่องน้ำหน้าบ้าน มารู้อีกทีตอนนำขยะออกมาทิ้งแล้วได้กลิ่นเหม็นรุนแรง จึงมองสำรวจพบรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่ในโพรงหญ้า จึงรีบแจ้งอาสาสมัครตำรวจบ้านและเจ้าหน้าที่มูลนิธิรุดมาตรวจสอบ ซึ่งแพทย์เวรชันสูตรพลิกศพในเวลานั้นระบุว่า นายศักดา (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5-6 วัน ในสภาพร่างกายขึ้นอืดและมีหนอนชอนไช ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ตนยังคงรู้สึกตกใจและหวาดผวาอยู่ทุกวัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาในพื้นที่ระบุว่า ตนเปิดอู่ซ่อมรถอยู่ใกล้เคียงก็ไม่ได้กลิ่นเช่นกัน ส่วนเรื่องวิญญาณที่มีคนเห็นนั้น ส่วนตัวไม่เชื่อ คาดว่าเป็นเพียงความวิตกกังวลหรือความกลัวไปเองของชาวบ้าน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดชากกอไผ่ อำเภอบ้านค่าย ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมศพของ นายศักดา ผู้เสียชีวิต โดยได้พบกับ นายศึกษา (สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต ซึ่งเปิดเผยด้วยน้ำตานองหน้าว่า บุตรชายทำงานคัดแยกของในโกดังแห่งหนึ่ง ขยันขันแข็งและช่วยส่งเสียครอบครัวปลดหนี้ ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านและหายตัวไป 3 วันติดต่อไม่ได้ ตนจึงเดินทางไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.บ้านค่าย และโพสต์ประกาศตามหา จนกระทั่งมีคนแจ้งว่าพบเป็นศพเนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำทับร่างจมร่องน้ำ ซึ่งแพทย์ชันสูตรแล้วยืนยันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ส่วนกระแสลี้ลับที่มีเพื่อนบ้านวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกตนว่า เห็นลูกชายไปยืนหรือนั่งงอเข่าก้มหน้าใส่หมวกทหารอยู่ข้างรถ จยย. ที่คว่ำอยู่ริมทาง ทั้งที่ความจริงเสียชีวิตไปหลายวันแล้วนั้น ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงและคิดว่าวิญญาณของลูกชายอาจยังไม่ทราบว่าตนเองเสียชีวิต จึงปรากฏร่างให้คนเห็นเพื่อส่งสัญญาณเรียกร้องให้พ่อแม่พากลับบ้าน ซึ่งตนได้บอกดวงวิญญาณลูกแล้วว่าให้ไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี
ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า จุดริมถนนที่พบศพนายศักดาในครั้งนี้ ปัจจุบันกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในหมู่ชาวบ้าน เนื่องจากเป็นพิกัดเดียวกันกับที่ในอดีตเคยมีผู้ประสบปัญหาครอบครัวเดินทางมาทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการ "ผูกคอตาย" มาแล้วถึง 2 ศพ เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย ยิ่งส่งผลให้ยามค่ำคืนบริเวณดังกล่าวทวีความวังเวง จนผู้สัญจรบางส่วนยอมขับรถอ้อมเส้นทางไกลเพื่อหลีกเลี่ยงการผ่านจุดมรณะแห่งนี้
รายงานข่าวโดย สมนึก กรมภักดิ์/ระยอง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
