แม่ค้าปากคลองตลาดถูกชายฉกรรจ์ คุกคามที่ทำมาหากินทั้งที่ศาลตัดสินแล้วว่าเป็นพื้นที่ภาวะจำยอม

ผู้ใช้ tiktok รายหนึ่งชื่อ คุณ สุมาลี ทองเต็ม @lak828 ได้โพสต์คลิปวีดีโอ และคำบรรยายดังนี้ ช่วยพวกเราด้วยค่ะมีคนมาทำให้พวกเราหวาดกลัวอีกแล้วคะ บอกจะมาทำถนนในภาวะจำยอมอีกแล้ว ซึ่งในคลิปได้มีชายฉกรรจ์ 2 คนเข้ามาใช้วาจาและปั่นป่วนในลักษณะก่อกวนเป็นประจำและบ่อยครั้ง
วันที่ 10 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ อาคารหนึ่ง ถ. จักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ซึ้งเป็นของคุณ เอื้อง หทัย วัย 68 ปี และได้เล่าเรื่องราวให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ทีแรกเราได้รับกระดาษระบุว่าให้บอกคนขายของหน้าบ้านให้ย้ายออกไป ภายในวันจันทร์ แล้วบางคนเกิดความกลัวก็เลยย้ายออกไป และมีคนอ้างว่าเจ้าของตลาด มาบอกกับเราว่าจะมาวัดที่และ เตรียมจะวัดที่ แม่ค้าก็ช่วยกันไม่ให้กลุ่มชายดังกล่าวเข้ามา แต่ทางกลุ่มชายดังกล่าวพยายามเข้ามาจะทำร้ายร่างกายของตนด้วย กลุ่มชายดังกล่าวประมาณ 20-30 คน เข้ามาข่มขู่ให้ตนย้ายและออกไป และก็มารื้อดอกไม้ ตนจึงพยายามฉุดกระชากรากดึงของตนกลับมา ทำให้ตนมีบาดแผลเล็กน้อย ดึงกันอยู่พักใหญ่แล้วชายดังกล่าวก๋เอาของไปบางส่วนแล้วมีคนเข็นรถเข้ามาเอาของตนไปเข้าไปทางด้านในตลาด

ทางชายดังกล่าวอ้างว่าเจ้าของตลาดเป็นคนสั่งให้ลูกน้องมา ก่อเหตุ โดยอ้างว่าไม่ให้ตนขายของ แล้วจะให้ตนย้ายออก และจะให้คนอื่นมาขายแทนตน โดยจะเก็บเงินค่าเช่า อีกฝั่งนึงเสียเงิน แต่ฝั่งของตนไม่ยอม เพราะทางศาลได้ตัดสินแล้ว คือเป็นพื้นที่ภาวะจำยอม ทั้ง 2ฝ่าย ห้ามกระทำการใดๆกีดขวางทั้ง 2ฝ่าย แต่ชายกลุ่มดังกล่าวได้มากระทำตนเพียงฝ่ายเดียว โดยชายดังกล่าวได้เอาสังกะสีมาล้อมเป็นรั้วไม่ให้เขาออกและยังทำทุกวิถีทางเพื่อจะขับไล่ตนออกไปจากตลาด ขนาดตำรวจมา สั่งห้ามปรามไม่ให้ขุดไม่ให้ทำการใดๆแต่กลุ่มชายฉกรรจ์ ดังกล่าวไม่ฟังและยังทำการรื้อต่อไป

และอีกรอบกลุ่มชายคนดังกล่าวมารอบดึกประมาณ 5ทุ่ม จะมาปิดทางเข้าทางออกบริเวณนี้ ทางตนบอกว่าไม่สามารถปิดทางเข้าออกได้ ทางตนจึงแจ้งตำรวจมาอีกครั้ง เพื่อมาห้ามปราม แต่ไม่สำเร็จ ทางชายดังกล่าวมาเจาะขุดถนน โดยชายดังกล่าวอ้างกับตำรวจว่าขอขุดอีก2 จุด ทางตำรวจจึงยินยอม โดยทางตนก็ได้ไปที่สถานีตำรวจ เพื่อจะแจ้งเหตุให้กับตำรวจได้ทราบ โดยตนบอกให้ชายกลุ่มดังกล่าวไป สถานีตำรวจด้วย แต่ทางกลุ่มชายดังกล่าวอ้างว่าจะไปเรียก เจ้านายเพื่อจะให้ไปด้วย แล้วเดี๋ยวกลุ่มชายดังกล่าวจะตามไป

จากนั้นตนรออยู่นานกลุ่มชายดังกล่าวก็ไม่ตามไปที่สถานีตำรวจ จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวก็ยังพยายามส่งคนมาข่มขู่คุกคามตนตลอดเวลา โดยกลุ่มคนดังกล่าวได้นำเอากล้องวงจรปิดส่วนตัว มาติดตั้งเพื่อแอบดูตน ตลอดเวลา ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของพวกเรา ตนจึงเกิดความกลัว

ด้าน คุณประภาดา ทวีโตใหญ่ อายุ 49ปี แม่ค้าที่ขายดอกไม้ข้างอาคารของคุณเอื้อง หทัย ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เกิดจากที่ว่าเราเหมือนกับว่าฝั่งตน ไม่ได้จ่ายเงินค้าเช่าที่เป็นพื้นที่ถนนภาวะจำยอมให้เขา แล้วเขาก็เลยมาคุกคามเรา มาหาเรื่องตน คนก่อเหตุมาคุกคาม มาหาเรื่องได้ทุกๆวัน จากเรื่องที่ไม่จ่ายเงินให้ แล้วก็เกิดการประทะกันระหว่างตนและคนที่มาเก็บเงินค่าเช่า บริเวณหน้าร้านของตน ตนไม่ยอมให้คนก่อเหตุมาทำรั้วบังบริเวณหน้าร้านของตน เพราะตนค้าขายทุกวันแล้วของที่ตนขายส่วนใหญ่จะเป็นดอกไม้สด และตนก็ได้รับความเสียหาย แล้วคนที่อ้างตัวมาเก็บค่าเช่าได้นำชายฉกรรจ์มากั้นมาขวางร้าน คือตนเป็นผู้หญิง ก็ต้องต่อสู้ที่จะอยู่ขายของเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว จุดประสงค์ของตน ไม่ได้ที่จะหาเรื่องกับใคร ตนเคยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ร้องไปที่เพจ ทราฟฟี่ ฟรองดูว์แล้วทางคนรับเรื่องแจ้งตนว่า กำลังรอรับเรื่อง จนทุกวันนี้ ทางตนก็แจ้งร้องเรียนไปยังทุกๆช่องทางทางออนไลน์ แต่หน่วยงานส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้ามาดำเนินการ ตนต้องการที่จะยืนยันที่จะค้าขายของตรงนี้ โดยไม่อยากย้ายไปใหน ซึ่งตอนขายของที่นี่มาหลายสิบปีแล้วและรู้จักสนิทคิดเชื้อกะเจ้าของอาคารมาโดยตลอด และตนจะจ่ายค่าเช่าแผงหน้าร้านให้กับเจ้าของอาคาร ซึ่งไม่ยอมจ่ายให้กับเจ้าของตลาดเพราะว่าตรงถนนนี้เป็นถนนส่วนกลางเป็นภาวะจำยอมเจ้าของตลาดไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเรียกร้องหรือเก็บค่าเช่าใดๆก็ตาม

คุณสุมาลี ทองเต็ม แม่ค้าที่อาศัยข้างอาคารและเป็นผู้ที่ประสบปัญหาเป็นคนโพสต์คลิปวีดีโอทั้งหมดที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์ เข้ามาก่อความเดือดร้อนรำคาญ ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าก็คือว่า ตลาดแห่งนี้ได้มีการนำชายฉกรรจ์ มาปิดล้อมอาคารดังกล่าว เพื่อจะบีบบังคับให้ตนออกไป เพื่อที่ชายกลุ่มดังกล่าวตีล๊อคใหม่กั้นแผงสังกะสี และให้คนอื่นเข้ามาทำการค้าขายแทนตน และจะเปรียบเทียบค่าเช่าแต่ทางตนไม่ยอม เพราะว่าทราบว่า ถนนข้างตัวอาคารนี้เป็นสิทธิ์ภาวะจำยอมที่ทางตลาดไม่สามารถกระทำการใดๆได้ พวกตนต้องหาเช้ากินค่ำ อีกอย่างเจ้าของตึกอายุมากแล้ว ทางพวกตนเลยรวมตัวกันเรียกร้องความยุติธรรมเพื่อที่จะสามารถขายของบริเวณนี้ต่อไปได้ คือชายกลุ่มดังกล่าวมีประมาณ สิบกว่าคน มีตำรวจสายตรวจมาแต่ไม่สามารถห้ามปรามชายกลุ่มดังกล่าวได้เลย ทางตนเลยประทะยื้อแย่งข้าวของที่ถูกลิปไป และหลังจากนั้น ก็มีชายไม่รู้ว่ามาจากใหนมาก่อกวนมาแกล้งเดิน มองถ่ายรูป ทำให้ทางตนเกิดความวิตกกังวล เกิดความกลัว กลุ่มชายดังกล่าวยังบอกกับตนว่า จะมาวัดที่ แล้วจะเอารถเครนมาขุดบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ทั้งนั้นทางทนายของอาคารดังกล่าว ได้ยื่นฟ้องกรณีถนนภาวะจำยอม ซึ่งศาลตัดสินให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเป็นถนนส่วนกลางเป็นถนนภาวะจำยอม ซึ่งทั้งสองฝ่ายไม่สามารถที่จะนำสิ่งกีดขวางหรืออุปกรณ์ใดๆ มาวางติดตั้งภายในซอยนี้ได้ และมีหลักฐานเอกสารสำคัญจากศาลชี้แจงชัดเจน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
