ข่าวเจาะลึก1(30)
ข่าวเจาะลึก 1 (30)

ประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นำหลักฐานภาพหลุดแชทสนทนากลุ่มไลน์นักเรียน ม.ปลาย อ้างมีการวางแผนเตรียมก่อเหตุสลดซ้ำรอยในช่วงวันที่ 17–18 สิงหาคมนี้ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ขณะที่ทางโรงเรียนสั่งปิดเรียนชั่วคราวและเตรียมมาตรการเข้ม ด้านผู้ปกครองเผยปมเข้าใจผิดหลังพบตำรวจนอกเครื่องแบบในจุดเกิดเหตุ พร้อมวิงวอนสังคมอย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับข่าวปลอม

771678031_1365056062456962_6477122500330153303_n

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 11.30 น. ที่สถานีตำรวจภูธรปลายบาง จังหวัดนนทบุรี นางปาริษา ศรีแสงจ้าย ประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พร้อมด้วย นายณัฐพงษ์ สาเกตุ รองประธานเครือข่ายผู้ปกครองฯ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง เพื่อนำพยานหลักฐานซึ่งเป็นภาพถ่ายหน้าจอข้อความสนทนา (แชทหลุด) ของกลุ่มเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่มีการพูดคุยและส่งต่อข้อมูลในทำนองว่าอาจจะมีการวางแผนก่อเหตุการณ์สลดซ้ำขึ้นอีกครั้ง ในช่วงระหว่างวันที่ 17–18 สิงหาคม 2569 นี้ เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

766674693_1413282933995168_2054371151586931413_n

นางปาริษา ศรีแสงจ้าย ประธานเครือข่ายผู้ปกครองฯ ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เท่าที่ทราบข้อมูลในเบื้องต้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเรื่องส่วนตัวของเด็ก และตัวเด็กเองก็ไม่เคยมีพฤติกรรมหรือสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการวางแผนมาก่อน พร้อมทั้งยืนยันว่าทางผู้บริหารและคณะครูของโรงเรียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยตามที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ออกไปแต่อย่างใด สำหรับประเด็นเรื่องแชทข้อความที่นำมาแจ้งความในวันนี้ เนื่องจากมีเด็กนักเรียนได้ส่งข้อความดังกล่าวเข้ามาในกลุ่มไลน์ของเครือข่ายผู้ปกครอง ซึ่งทำให้ทั้งตัวนักเรียนและผู้ปกครองเกิดความตื่นตระหนกและรู้สึกไม่สบายใจ ตนในฐานะตัวแทนของผู้ปกครองจึงต้องรีบเข้ามาแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ขึ้นซ้ำอีก

ประธานเครือข่ายผู้ปกครองฯ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นในแชทที่เด็ก ๆ นำมาแชร์ตื่นตระหนกกันนั้น เป็นข้อมูลที่เข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับกรณีที่มีผู้ก่อเหตุมีเพื่อนหรือผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน ซึ่งความจริงแล้วบุคคลดังกล่าวคือ “เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจาก สน.ลุมพินี” ที่ได้เข้าไปในสถานที่เกิดเหตุเป็นคนแรก และมีการแสดงตัวอย่างชัดเจนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อปฏิบัติหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ติดอยู่ภายในตึก 5 ออกมาอย่างปลอดภัย แต่ทว่าเด็กนักเรียนเกิดความเข้าใจผิดและตีความไปเองว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุถึง 2 คน จนสร้างความวิตกกังวลให้แก่เด็ก ๆ ตนจึงต้องนำข้อมูลความจริงนี้มาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

ในส่วนของมาตรการทางโรงเรียน นางปาริษาเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางโรงเรียนได้มีคำสั่ง ปิดการเรียนการสอนชั่วคราว และมีกำหนดจะเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยทางโรงเรียนจะจัดให้มีการประชุมร่วมกันของคณะผู้บริหาร เพื่อพิจารณามาตรการในการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงภายในสถานศึกษาให้มีความเข้มงวดและรัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นในตัวคณะผู้บริหารและคุณครูของโรงเรียน 100% ว่าจะสามารถดูแลความปลอดภัยของนักเรียนได้ เนื่องจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงประเด็นข้อเสนอให้คุณครูพกอาวุธปืน ทางประธานเครือข่ายผู้ปกครองมองว่าเป็นเรื่องของดาบสองคมและส่วนตัวไม่เห็นด้วย แต่อยากให้ทางโรงเรียนเน้นเพิ่มมาตรการในการตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดปกติอย่างเข้มงวดแทน

นางปาริษา กล่าวเสริมด้วยว่า ที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้มีการเน้นย้ำเรื่องความร่วมมือในการประชุมผู้ปกครองมาโดยตลอด หากผู้ปกครองท่านใดไม่สะดวกมาร่วมงานก็จะต้องจัดหาตัวแทนมาร่วมประชุมให้ครบ 100% เพื่อรับฟังนโยบาย กฎระเบียบ และร่วมทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันกับทางโรงเรียน สำหรับตัวเด็กที่ก่อเหตุในคดีสะเทือนขวัญก่อนหน้านี้ ตนไม่เคยพบเจอกับคุณปู่คุณย่ามาก่อน แต่ทราบว่าคุณครูที่ปรึกษาเคยพบเวลามาประชุมผู้ปกครอง โดยที่ผ่านมาเด็กใช้ชีวิตประจำวันตามปกติและไม่มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยหรือควรต้องจับตามองเป็นพิเศษ รวมถึงในวันเกิดเหตุก็ไม่มีอาการบ่งบอกที่ชัดเจน

ในส่วนของการดูแลสภาพจิตใจภายในโรงเรียน นางปาริษาระบุว่า ปกติแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยภายในโรงเรียนเป็นระยะ รวมถึงมีตำรวจจราจรคอยดูแลความปลอดภัยหน้าโรงเรียน แต่ยังไม่เคยมีหน่วยงานด้านสาธารณสุขหรือสุขภาพจิตเข้ามาดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของคุณครูกับนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากโรงเรียนไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงระดับนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์สลดครั้งก่อนเมื่อช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เริ่มมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลสุขภาพจิตของนักเรียนบ้างแล้ว

ในเวลาไล่เลี่ยกัน รายงานข่าวแจ้งว่า พ่อและแม่เลี้ยง ของเด็กนักเรียนชั้น ม.3 ที่เป็นผู้ก่อเหตุในคดีสะเทือนขวัญก่อนหน้านี้ ได้เดินทางมารายงานตัวและเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนเป็นครั้งที่ 2 โดยภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการสอบปากคำ ทั้งสองได้เดินออกจากห้องสอบสวนด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เสียใจ และตึงเครียด ก่อนจะยกมือไหว้ขอโทษต่อสื่อมวลชนและสังคมสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก่อนจะรีบขึ้นรถยนต์เดินทางกลับทันทีโดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชน

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888