แก๊งนายหน้าแสบซอยโฉนดหลอกขายที่ดินนครนายก ค้างโอนทวงเงินปิดเครื่องหนี
z-z823252066271.webp)
แก๊งนายหน้าแสบซอยโฉนดหลอกขายที่ดินนครนายกเหยื่อพุ่งนับ 100 ราย แฉพิรุธแอบเอาที่ไปขายฝากจนหลุดมือนานแล้วแต่ยังหน้าด้านเร่ขายออนไลน์ ตะลึงกวาดเงินเก็บก้อนสุดท้ายชาวบ้านรายละเฉียดล้าน แจ้งความ 3 เดือนคดีเงียบกริบ จนผู้เสียหายทนไม่ไหวรวมตัวร้อง "สายไหมต้องรอด" บี้ตำรวจปากพลีลากคอเข้าคุกด่วน!
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร กลุ่มชาวบ้านและผู้เสียหายจำนวนมากกว่า 20 คน ได้รวมตัวกันเดินทางเข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกนายหน้าอสังหาริมทรัพย์สุดแสบหลอกลวงให้ซื้อที่ดินทำเลทองในพื้นที่ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก โดยทำสัญญาซื้อขายและจ่ายเงินมัดจำรวมถึงเงินงวดไปแล้ว ตั้งแต่หลักแสนบาทไปจนถึงเกือบหนึ่งล้านบาทต่อราย แต่สุดท้ายโฉนดกลับกลายเป็นกระดาษเปล่า โอนไม่ได้จริง ซ้ำร้ายแจ้งความมานานกว่า 3 เดือนคดีกลับนิ่งสนิท ไร้ความคืบหน้า
นางสาวอร (นามสมมุติ) หนึ่งในเหยื่อเปิดเผยนาทีช้ำว่า ตนเองเห็นโพสต์ประกาศขายที่ดินทำเลสวยในจังหวัดนครนายกผ่านทางเฟซบุ๊ก จึงสนใจและติดต่อขอเข้าชมพื้นที่จริง พอเห็นสถานที่แล้วถูกใจมากจึงตกลงทำสัญญาและวางเงินมัดจำ พร้อมทั้งทยอยโอนเงินงวดตามที่นายหน้าร้องขอรวมเป็นเงินหลายแสนบาท แต่พอถึงกำหนดวันนัดโอนกรรมสิทธิ์กลับถูกเลื่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความสงสัยตนจึงเดินทางไปตรวจสอบสถานะของที่ดินแปลงนี้ที่สำนักงานที่ดินด้วยตนเอง จนได้ทราบความจริงสุดช็อกว่า ที่ดินถูกนำไปทำสัญญาขายฝากกับนายทุนไว้ตั้งแต่ก่อนที่ตนจะมาซื้อ และสิทธิ์ชำระคืนหลุดไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถโอนให้ใครได้อีก และพอสืบไปสืบมาถึงรู้ว่ามีคนโดนหลอกเหมือนกันเป็นร้อยราย!
ด้าน นายภพ (นามสมมุติ) ผู้เสียหายอีกราย ได้แฉพฤติกรรมสุดชั่วของนายหน้าคนนี้ว่า ตอนเสนอขายไม่ได้บอกเลยว่าที่ดินติดสัญญาขายฝาก ซ้ำยังนำสำเนาโฉนดที่ดินผืนใหญ่ใบเดียวมาทำการแบ่งซอยเป็นแปลงย่อย ๆ หลายแปลง เพื่อนำไปตระเวนเร่ขายให้กับลูกค้าพร้อมกันทีเดียวหลายคน พอมีคนทวงเรื่องโอนก็นำกลอุบายสารพัดมาอ้างว่า ต้องรอให้มีคนซื้อรายอื่นมาซื้อให้ครบจำนวนก่อนถึงจะดำเนินเรื่องไปโอนพร้อมกันได้ แถมระหว่างนั้นยังเร่งรัดให้ทยอยจ่ายเงินสดเพิ่มเรื่อย ๆ อ้างว่าจะลดราคาให้พิเศษหรือจะถมที่ให้ฟรี ๆ แต่สุดท้ายก็เบี้ยว ซึ่งแจ้งความมานาน 2-3 เดือนแล้วแต่คดีเงียบกริบ ซ้ำร้ายคนร้ายยังลอยนวล โพสต์ขายที่ดินแปลงนี้ต่อในโลกออนไลน์แบบไม่กลัวกฎหมายเลย
ขณะที่ นางสาวเมย์ (นามสมมุติ) และ นางสาวขวัญ (นามสมมุติ) ก็โดนหลอกในพฤติการณ์เดียวกัน โดยนางสาวเมย์หลงเชื่อเพราะเคยซื้อขายกันรอบแรกแล้วโอนได้จริง พอรอบนี้เสนอมาเลยควักเงินจ่ายไป 400,000 บาท ส่วนนางสาวขวัญมีคนรู้จักแนะนำว่าเป็นที่ดินของครอบครัวคนขายเอง เลยวางเงินไปรวม 900,000 บาท หวังจะเข้าไปปลูกผักสวนครัวแต่สุดท้ายโดนเบี้ยวไม่มาตามนัด
ส่วนรายที่น่าสงสารที่สุดคือ นางสุภา (นามสมมุติ) อดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องสูญเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตไปกว่า 390,000 บาท เปิดใจด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนได้รับการแนะนำจากเพื่อนของแฟนซึ่งมียศเป็นทหาร จึงเกิดความเชื่อถือ หวังจะซื้อที่ดินในจังหวัดนครนายกเอาไว้เพื่อสร้างบ้านอยู่อาศัยใช้ชีวิตในบั้นปลายหลังเกษียณ และยังยอมควักเงินก้อนที่สองซื้อเพิ่มอีก 200 ตารางวา หวังจะมอบให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของลูก แต่สุดท้ายฝันสลาย เงินจำนวนนี้เป็นเงินสดที่ตนตรากตรำทำงานค้าขายและเก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิต พอมาเจอเหตุการณ์คดโกงเช่นนี้ซ้ำเติมยิ่งทำให้เกิดภาวะเครียดสะสมอย่างรุนแรง ทวงไปก็ปิดเครื่องหนีหาย
ทางด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนขอฝากเรื่องนี้ไปยังผู้กำกับการ สภ.ปากพลี และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ให้ช่วยลงมาสั่งการและเร่งรัดคดีนี้ด่วนที่สุด เพราะพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอย่างชัดเจน ชาวบ้านเดือดร้อนแสนสาหัส บางคนต้องเอารถเข้าไฟแนนซ์เพื่อมาจ่ายค่าที่ดิน เจ้าหน้าที่ตำรวจควรเร่งรัดสืบสวนและประสานงานเพื่อติดตามอายัดทรัพย์สินกลับคืนมาเยียวยาให้แก่กลุ่มผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด ก่อนที่คนร้ายจะทำการโยกย้าย ถ่ายเท ทรัพย์สินหนีหายไปมากกว่านี้
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
