เอกสายไหมต้องรอด-พร้อมทนายแก้ว เดินทางมาให้กำลังใจตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต หลังถูกป้าเจ้าของหอฟ้องกลับ ด้านตำรวจยันทำตามหน้าที่ไม่หวั่นแม้ถูกฟ้อง


พ.ต.ท.สิรภพ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดจับกุม เปิดเผยว่า ปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยเฉพาะในกรณีผู้ต้องหาหญิง มีการจัดให้ตำรวจหญิงเข้าดำเนินการอ่านหมายจับ พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายทำหน้าที่อย่างสุภาพและประนีประนอม แม้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่จะมีการโต้เถียงบ้าง แต่ถือว่าอยู่ในขอบเขตความชอบด้วยกฎหมาย
ผู้ต้องหาให้เหตุผลในการแจ้งความกลับว่าเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการมากเกินไป และไม่มีหมายเรียกมาก่อน แต่ในกรณีนี้เป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง จึงมีการออกหมายจับตามขั้นตอน และมีการประเมินความเสี่ยงเพราะผู้ต้องหาเคยเป็นตำรวจ จึงต้องเตรียมกำลังไว้เพียงพอเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน โดยในวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 10 นายร่วมปฏิบัติการ
สำหรับข้อหาเรื่องการละเมิด PDPA คาดว่ามาจากการที่มีการเผยแพร่คลิปขณะจับกุมผ่านสื่อมวลชน ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อกฎหมายอีกครั้งตำรวจที่ถูกฟ้องยืนยันว่า ไม่ได้เสียขวัญหรือท้อแท้ และพร้อมจะเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอย่างตรงไปตรงมา เพราะถือว่าเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถร้องเรียนหรือดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ได้ตามกฎหมาย และตำรวจเองก็มีสิทธิในการชี้แจงข้อเท็จจริงเช่นกัน ซึ่งการที่เจ้าของหอฟ้องกลับแบบนี้ก็ยิ่งตอกย้ำกับประาชนว่าตำรวจทำงานด้วยความเป็นธรรมการจริงๆ

ร.ต.อ.จำเริญ ทิมสมบูรณ์ รองสารวัตรสืบสวน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เข้าจับกุม เผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่ตนได้พยายามอ่านหมายจับให้ครบถ้วน แต่ผู้ต้องหามีท่าทีไม่ให้ความร่วมมือ พยายามดึงตัวเองออก เพื่อขัดขวางการอ่านหมาย ทำให้เกิดความชุลมุนเล็กน้อย แต่ท้ายที่สุดก็สามารถดำเนินการได้ตามระเบียบ
ทนายแก้ว กล่าวว่าคดีนี้เป็นกรณีที่ประชาชนมีสิทธิฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ได้ตามหลักกฎหมาย แต่ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็สามารถอธิบายกระบวนการและความชอบธรรมในการทำหน้าที่ของตนเองได้ โดยทีมทนายจากเพจสายไหมต้องรอดจะเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่า ตนติดตามกรณีนี้ตั้งแต่ต้น และเห็นว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่สมควรได้รับกำลังใจจากสังคม จึงนำทีมทนายจากเพจสายไหมต้องรอดเข้ามาช่วยดูแลคดี พร้อมฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินหน้าทำหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา เพราะ “ความถูกต้องและซื่อสัตย์คือเกราะที่ดีที่สุดในการทำงาน”

ขณะที่ “ทนายนุ๊ก” อีกหนึ่งทนายจากสายไหมต้องรอดที่เข้าร่วมดูแลคดีนี้ กล่าวย้ำว่า ตำรวจชุดจับกุมทั้ง 13 นายได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริตและยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมให้กำลังใจและยืนยันจะเดินหน้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด
ทั้งนี้ คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังคงดำเนินการสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมต่อไป หากพบว่ามีผู้กระทำผิดเพิ่มเติม จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างครบถ้วนทุกประการ
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
