เหยื่อแก๊งตุ๋นไปทำงานแคนาดา-ฟินแลนด์ แห่แจ้งกองปราบฯ เสียหายทะลุ 20 ล้านบาท
z-z382409059693.webp)
แก๊งมิจฉาชีพอาละวาดหนัก! ตัวแทนเหยื่อผู้เสียหายจากทั่วประเทศรวมตัวบุกกองปราบฯ แจ้งความร้องทุกข์ หลังถูกบริษัท “โกลเทค เฮาส์ เอช อาร์ จำกัด” เปิดเพจเฟซบุ๊กตุ๋นเงินลวงไปทำงานเกษตรและโรงงานแปรรูปปลาที่แคนาดา-ฟินแลนด์ ขบวนการวางแผนแนบเนียนตั้งสำนักงานย่านดอนเมือง อ้างจดทะเบียนนาน 10 ปี มีการจัดฉากสัมภาษณ์โชว์วีซ่าปลอม สูญเงินรวมทะลุ 20 ล้านบาท ผู้เสียหายช้ำใจหนักกู้หนี้ยืมสิน-จำนองที่ดินหวังพลิกชีวิตแต่ต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำสอง

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ตัวแทนชาวบ้านผู้เสียหายจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อยื่นเรื่องแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับบริษัท โกลเทค เฮาส์ เอช อาร์ จำกัด ภายหลังจากถูกหลอกลวงผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของบริษัท ซึ่งโฆษณาชวนเชื่อว่าสามารถพาเดินทางไปทำงานภาคเกษตร เก็บผลไม้ และงานโรงงานแปรรูปปลาในประเทศแคนาดาและฟินแลนด์ได้ โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 20 ล้านบาท

ตัวแทนผู้เสียหาย ได้เปิดเผยถึงพฤติกรรมอันแนบเนียนของขบวนการดังกล่าวว่า บริษัทมิจฉาชีพนี้ได้เปิดสำนักงานตั้งอยู่ย่านดอนเมือง และมีการจดทะเบียนเป็นศูนย์ฝึกอบรมภาษาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อผู้เสียหายบางรายทำการค้นหาชื่อบริษัทผ่านทางเว็บไซต์ Google แล้วพบว่ามีการขึ้นทะเบียนมานานประมาณ 10 ปี จึงยิ่งทำให้เกิดความมั่นใจและเชื่อสนิทใจว่าน่าจะเคยส่งคนไปทำงานได้จริงตามกล่าวอ้าง
ภายในสำนักงานดังกล่าวยังมีการจัดระเบียบแบ่งฝ่ายและหน้าที่การทำงานกันอย่างชัดเจน มีเจ้าหน้าที่หลายคนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาดูแลเหยื่อ เริ่มต้นจากเอเยนซีชื่อ "ทับทิม" เป็นผู้ติดต่อพูดคุยครั้งแรก จากนั้นจะมี "ฝ้าย" โทรศัพท์มาแจ้งเรื่องการแลกเงิน และเมื่อติดต่อไม่ได้ก็จะมี "มุก", "ป๊อก" และ "ดาว" สลับกันเข้ามาดำเนินเรื่องรวมกว่า 5 คน เพื่อสร้างความตายใจ
นอกจากนี้ ในขั้นตอนการสัมภาษณ์ยังมีการจัดฉากอย่างแนบเนียน โดยให้ผู้เสียหายสัมภาษณ์กับหญิงชาวต่างชาติซึ่งถูกอ้างว่าเป็นผู้ติดตามนายจ้าง พร้อมทั้งนำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของผู้อื่นที่มีการติดสติ๊กเกอร์วีซ่าเรียบร้อยแล้วมาเปิดให้ดู เพื่อยืนยันว่าการเดินทางจะสำเร็จและเกิดขึ้นได้จริง
ขบวนการดังกล่าวได้เรียกเก็บค่าดำเนินการจากผู้เสียหายคนละ 85,000 ถึง 117,600 บาท โดยอ้างว่าเป็นวีซ่าเยี่ยมเยือนแบบมีนายจ้างเชิญ ใช้เวลาดำเนินการรวดเร็วเพียง 2–3 เดือนเท่านั้น อีกทั้งยังมีการชักชวนให้เหยื่อแลกเงินสกุลยูโรหรือดอลลาร์ในราคาถูก ทำให้ผู้เสียหายต้องโอนเงินเพิ่มอีกคนละประมาณ 35,000 บาท รวมยอดเงินที่ต้องจ่ายไปคนละนับแสนบาท
กระทั่งล่าสุด บริษัทได้นัดหมายให้ผู้เสียหายทั้งหมดมาร่วมอบรมและตรวจสุขภาพในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางในวันที่ 17 สิงหาคม แต่ในช่วงหลังกลับไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทได้เลย เมื่อมีผู้เสียหายเดินทางไปตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานย่านดอนเมือง กลับพบเพียงห้องว่างเปล่าที่มีการขนย้ายทรัพย์สินออกไปทั้งหมดแล้ว ในขณะที่เพจเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ยังคงเปิดอยู่ แต่มีระบบตอบกลับอัตโนมัติเท่านั้น
ตัวแทนผู้เสียหายกล่าวด้วยความชอกช้ำใจว่า เหยื่อส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนกู้หนี้ยืมสิน นำที่ดินไปจำนอง หรือขายรถและทองคำเพื่อนำเงินมาจ่ายด้วยความหวังจะได้ไปทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัว โดยมีผู้เสียหายบางรายเคยถูกหลอกลวงทำวีซ่าไปประเทศแคนาดาและสูญเงินไปกว่า 340,000 บาท เมื่อปี 2567 ซึ่งอยู่ระหว่างการร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงาน แต่เมื่อมาพบเพจดังกล่าวโฆษณาว่าสามารถดำเนินการได้รวดเร็วกว่า จึงยอมกู้เงินมาสมัครซ้ำจนต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำสอง
สำหรับการเดินทางเข้าแจ้งความในครั้งนี้ ผู้เสียหายทุกคนต่างคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจะช่วยเร่งรัดติดตามคดีอย่างจริงจัง และติดตามนำเงินก้อนโตกลับคืนมา เนื่องจากทุกคนฝากความหวังไว้สูงมาก บางรายถึงขั้นลาออกจากงานประจำและจัดเตรียมกระเป๋าเดินทางไว้พร้อมแล้ว แต่สุดท้ายกลับต้องมาเผชิญกับภาระหนี้สินทั้งในและนอกระบบที่เพิ่มพูนขึ้นแทน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
