เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องหารือ“แดนลิฟวิ่ง”ถูกยึดทรัพย์คดีจำนำข้าวขอเร่งเยียวยาผู้เสียหายกว่า900ราย!

“กมธ.ปปง.” ขอ “ปปง.-ธนารักษ์” พิจารณาคดี “แดนลิฟวิ่ง” ยืดเยื้อ 10 ปี เหตุบริษัทโดยยึดทรัพย์คดี “จำนำข้าว” ชี้พิรุธทรัพย์บางส่วนปปง.ให้เอกชนเข้าหาประโยชน์ได้อย่างไร เรียกร้องเร่งเยียวยาให้ผู้เสียหายกว่า 900 ราย
เมื่อวันที่ 24 ม.ค.67 ห้องประชุมกรรมาธิการ N 407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา(เกียกกาย) นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ง.) พร้อม กมธ. ที่ปรึกษา เลขานุการ ได้ประชุมพิจารณาปัญหาร้องเรียนจากผู้ได้รับความเดือดร้อนกรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินอาคารชุด Than Living ถนนประชาอุทิศ กรุงเทพมหานคร องบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งประกอบด้วยผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้อยู่อาศัยในอาคารชุด และบุคคลผู้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบ สืบเนื่องจากเจ้าของโครงการอาคารชุดถูกยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีในโครงการรับจำนำข้าว
กมธ.ปปง. ได้เชิญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมบังคับคดี และผู้เสียหายเข้าร่วมประชุม ซึ่งการประชุมเป็นการพิจารณาเพื่อหาช่องทางในการช่วยเหลือผู้เสียหายที่มีอยู่กว่า 900 ราย ที่ตกเป็นเหยื่อในคดี ซึ่ง กมธ.ปปง.เห็นว่า เรื่องนี้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม ในการเข้ายึดและอายัดทรัพย์ของ “ปปง.” เพราะผู้เสียหายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีกับปัญหาของบริษัทกีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ที่ถูกยึดและอายัดทรัพย์สินในเหตุผลทางคดีโครงการรับจำนำข้าว การพิจารณาจึงได้รับฟังเหตุผล ความคืบหน้าต่อการดำเนินการของ ปปง.และธนารักษ์ ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน ซึ่งผู้เสียหายได้พยามต่อสู้ที่หลายฝ่ายเข้าใจว่าผู้เช่าซื้อคอนโดได้รับความเดือดร้อนในกรณีนี้ แต่กลับไม่ได้รับความเป็นธรรมเกิดความเสียหายกว่า 400 ล้านบาทที่ต้องการเรียกคืนเงินดาวน์จากโครงการนี้ ทั้งนี้ที่ประชุมจึงมีมติให้ดำเนินการพิจารณาเพื่อหาช่องทางช่วยเหลือกันอย่างรอบคอบ
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาประธาน กมธ.ปปง กล่าวว่า แนวทางการที่จะช่วยเหลือประชาชนขอฝากถึง ปปช.-ธนารักษ์ ตามข้อสังเกตเป็นสองส่วน ส่วนแรก สำนักงาน ปปง. ควรจะนำคำพิพากษาศาลฎีกา คดีเลขที่ 2118/2566 ของศาลฎีกาเร่งดำเนินการพิจารณาโดยด่วน เพื่อให้ ปปง.ดำเนินการพิจารณาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 53 ประกอบการพิจารณาคำวินิจฉัยเพื่อหาช่องทางการช่วยเหลือผู้เสียหายในคดี ส่วนกรมธนารักษ์ ควรที่จะรอผลการพิจารณาทางเลือกตามมาตร 53 ให้ชัดเจนก่อน เพราะหากผลออกมาว่าผู้เสียหายที่ซื้อคอนโดไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ ปปง. มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์จะทำให้ผู้เสียหายที่ซื้อคอนโดไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นข้อสังเกตมีอยู่ว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือประชาชนที่เป็นผู้เสียหายทุกฝ่าย

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด กล่าวว่า กรณีดังกล่าว จะมีการพิจารณาต่อไป โดยให้ สำนักงาน ปปง. ได้นำข้อมูลในประเด็นที่ กมธ เห็นว่ามีข้อพิรุธ กรณีทรัพย์สินที่ยึดอายัดไปแล้ว ว่าทรัพย์บางส่วนได้มีการรับมอบจาก ปปง. ให้เอกชนรายหนึ่งมาหารายได้ ห้องชุด ว่าเป็นข้องเท็จจริงอย่างไร และมีการส่งเงินให้มากน้อยแค่ไหน กรณีที่สอง ครั้งต่อไปจะเชิญ กรมธนารักษ์อีกรอบ พร้อมกับเชิญ กรมที่ดิน และนิติบุคคลที่อ้างว่าได้รับการแต่งตั้งแล้ว ว่าได้รับโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อดำเนินการขายทอดตลาด โดยเฉพาะ สำนักงาน ปปง. จะขอให้นำข้อสรุปทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ์ตามข้อกฎหมายคำวินิจฉัยศาลฎีกา 2118/66 เพื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 53 ประกอบการพิจารณาในการหาช่องในการช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหายต่อไป
สำหรับปัญหานี้รายงานแจ้งว่าเดิมบริษัท สิราลัย จำกัด เจ้าของโครงการแดน ลิฟวิ่ง ได้เปิดจองห้องพักหลายโครงการ เริ่มเปิดจองเมื่อเดือน พ.ย. 56 จะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 60 แต่ยังไม่ได้ลงมือก่อสร้าง ราคาห้องของโครงการมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3 ล้านบาท จนถึง 15 ล้านบาท ต่อมาเมื่อเดือน มิ.ย. 57 หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท สิราลัย จำกัด ได้ขายหุ้นให้เจ้าของใหม่พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด กระทั่งเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 59 ที่ผ่านมา ปปง.มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์ของกลุ่มบริษัทและบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับ “เสี่ยเปี๋ยง” หรือนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร อดีตพ่อค้าข้าวชื่อดังผู้ก่อตั้งบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และจำเลยในคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจีโดยมิชอบ ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงัก ซึ่งโครงการคอนโดมิเนียม แดน ลิฟวิ่ง อยู่ในความดูแลของ บุตรสาวของนายอภิชาติเป็นหุ้นส่วนหลัก จึงถูก ปปง.ตรวจสอบจึงส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่ซื้อคอนโดมิเนียม.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
