เมียเหยื่อกระสุนโต้กลับ! ยันวินไม่ได้รุม ตบเท้าแฉ ตชด. ต่อค่าวินไม่ได้แล้วด่าแจกของลับ

นางสาวเบญจวรรณ วัย 46 ปี ภรรยานายชรินทร์ วินจยย. เหยื่อกระสุน ตชด. ปืนโหดย่านห้วยขวาง ออกโรงแฉชนวนเดือด ยันฝั่งตนไม่ได้รุมทำร้ายตามข่าวลือ เผยผู้ต้องหาฉุนจัดปมต่อค่ารถ 120 บาทไม่ได้ จึงยืนด่าทอก่อนชักปืนประจำกายกระหน่ำยิงสามีจนล้มคว่ำ ล่าสุดอาการวิกฤตหมอตามดูใจ พร้อมตั้งคำถามจี้ต้นสังกัดปล่อยคนป่วยจิตพกปืนได้อย่างไร วอนกฎหมายให้ความเป็นธรรม

นางสาวเบญจวรรณ หรือ "กระแต" อายุ 46 ปี ภรรยาของ นายชรินทร์ วินจักรยานยนต์รับจ้างที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ได้เปิดเผยถึงชนวนเหตุก่อนเกิดการปะทะว่า
ผู้ก่อเหตุได้เดินมาติดต่อขอขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อไปมักกะสัน ซึ่งราคาค่าโดยสารตามป้ายกำหนดไว้ที่ 120 บาท แต่ผู้ก่อเหตุพยายามต่อรองราคาเหลือเพียง 60-70 บาท เมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการ ผู้ก่อเหตุจึงเริ่มบ่นและด่าทอเพื่อนร่วมวิน ตนเห็นท่าไม่ดีจึงพูดตัดบทไปว่า “ราคานี้เป็นราคามาตรฐานอยู่แล้ว หากไม่พอใจสามารถไปนั่งรถแท็กซี่ได้ ไม่มีใครบังคับ”

ลำดับเหตุการณ์นาทีลั่นไก
นางสาวเบญจวรรณ เล่าต่อว่า หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุมีท่าทีคุกคามและมองหน้าหาเรื่องสามีตนตลอดเวลา ตนจึงเตือนสามีว่าอย่าหันหลังให้เด็ดขาดเพราะดูไม่ปลอดภัย ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์หาใครบางคนและขยับเข้ามาใกล้ สามีตนจึงถามไปว่า “ทำไมไม่ไปสักที จะมาว่าอะไรนักหนา” ทำให้ผู้ก่อเหตุสบถด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ด้วยความโมโห สามีตนจึงกระโดดถีบผู้ก่อเหตุเพื่อป้องกันตัวและระงับเหตุ ทว่าผู้ก่อเหตุกลับชักอาวุธปืนออกมา ระหว่างนั้นกระสุนนัดหนึ่งตกพื้น ผู้ก่อเหตุจึงวิ่งไปเก็บกระสุนใส่แม็กกาซีนก่อนจะหันมากระหน่ำยิงใส่สามีตนจนล้มคว่ำ นอกจากนี้ยังหันปืนไปไล่ยิง "นายบอย" วินจยย.อีกรายที่วิ่งหนี จนหมดแม็กกาซีน และกระสุนยังพลาดไปโดนชาวบ้านแถวนั้น (พี่เอ) ที่ถูกลูกหลงบาดเจ็บไปด้วย รวมมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 3 ราย

"ตอนนี้โรงพยาบาลโทรมาตามให้ไปดูใจแฟนแล้ว อาการวิกฤตมาก แฟนหนูเป็นคนทำมาหากิน วิ่งวินและช่วยหนูเข็นรถขายขนมปังปิ้งทุกวัน ไม่เคยไปหาเรื่องใครก่อน หากคนก่อเหตุไม่เข้ามาหาเรื่องด่าทอและแจกของลับ เรื่องราวแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น" นางสาวเบญจวรรณ กล่าวด้วยความอัดอั้น
วอนขอความเป็นธรรม
ยันไม่ได้รุม-ตั้งคำถามปมป่วยจิต
นอกจากนี้ ภรรยาผู้บาดเจ็บยังได้วิงวอนขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว โดยระบุว่าในโลกโซเชียลมีบางเพจโจมตีว่าฝั่งวินรถจักรยานยนต์ไปรุมทำร้ายผู้ก่อเหตุก่อน ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อยากให้สังคมดูคลิปและหลักฐานดี ๆ
พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งคำถามสำคัญไปยังต้นสังกัดของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีกระแสข่าวลือว่าผู้ก่อเหตุอาจมีอาการทางจิตเวช โดยระบุว่า
"หนูอยากถามว่า ถ้าเขาเป็นผู้ป่วยจิตเวชจริง ๆ แล้วไปติดยศให้เขาทำไม? คดีนี้หนูจะได้รับความเป็นธรรมไหม ในเมื่อพ่อของผู้ก่อเหตุก็เป็นถึงนายตำรวจยศใหญ่ หนูขอร้องให้กฎหมายให้ความยุติธรรมกับพวกเราด้วย เพราะนี่เป็นการกระทำที่อุกอาจมาก"
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
