ข่าวเจาะลึก1(5)
ข่าวเจาะลึก 1 (5)

เดือดร้อนตัวลุกเป็นไฟ! อดีตตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ อักษรย่อ “ษร” ออกโรงเปิดใจครั้งแรกหลังถูกพาดพิงโยงสัมพันธ์ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำprangศพ 5 ศพ ยืนยันเสียงแข็งไม่ใช่ “ลูกพี่ไอ้ป๋อง” และไม่เคยใช้งานเป็นสายข่าว เผยประวัติแสบเคยนำกำลังจับกุมตัวมาแล้วด้วยตนเองถึง 2 คดีใหญ่ ทั้งคดีกักขังทำร้ายร่างกายหญิงสาวและคดีพยายามฆ่า พร้อมแฉพฤติกรรมตัวแสบ “มันบ้า” ลั่นพอพ้นโทษออกจากคุกมาปุ๊บก็สั่งชุดสืบสวนขึ้นทะเบียนเฝ้าระวังตัวอันตรายทันที

1785555047964

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบข้อมูลพยานหลักฐานจากโทรศัพท์มือถือของ นายฑณา เกิดทอง หรือ “ไอ้ป๋อง” อายุ 43 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีฆาตกรรมอำพรางศพ 5 ราย ภายหลังปรากฏกระแสข่าวกล่าวอ้างและพาดพิงว่า นายป๋องอาจมีส่วนเกี่ยวข้องและทำหน้าที่เป็นสายข่าวให้กับตำรวจ โดยมีการพาดพิงถึงอดีตตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ยักษ์ใหญ่วงการสืบสวนอักษรย่อ “ษร” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีโอกาสพูดคุยเปิดใจกับอดีตตำรวจนายดังกล่าว ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำ สภ.ห้วยใหญ่ และถูกพาดพิงถึงในกระแสข่าว โดยเจ้าตัวได้ออกมาปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่เคยเรียกใช้งานนายป๋องเป็นสายข่าว และไม่เคยมีความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ร่วมกันเป็นการส่วนตัวใด ๆ ทั้งสิ้น ในทางตรงกันข้าม ตนเองกลับเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เคยนำกำลังเข้าจับกุมตัวนายป๋องมาดำเนินคดีด้วยตนเองมาแล้วถึง 2 คดี นับตั้งแต่ย้ายเข้ามาปฏิบัติราชการที่ สภ.ห้วยใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2556 โดยมีรายละเอียดของคดีดังนี้:

คดีที่ 1: กักขังและทำร้ายร่างกายหญิงสาว (กลางปี 2561)

อดีตตำรวจนายดังกล่าวเล่าเหตุการณ์ว่า ในช่วงกลางปี 2561 ทาง สภ.เมืองพัทยา ได้ประสานงานมายัง สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามค้นหาหญิงสาวรายหนึ่งที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ภายในบ้านพักย่านซอยเนินทราย ตำบลห้วยใหญ่ แม้ว่าการเข้าตรวจค้นรอบแรกจะไม่พบตัวผู้เสียหาย แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังถอนกำลังกลับ ได้ยินเสียงผิดปกติเล็ดลอดออกมา จึงตัดสินใจนำกำลังย้อนกลับเข้าตรวจค้นซ้ำอีกรอบ จนกระทั่งพบตัวหญิงสาวซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงนอน มีผ้าขนหนูคลุมใบหน้า และมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจนใบหน้าบวมปูด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายป๋องส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี แต่ต่อมาในวันรุ่งขึ้น ทางผู้เสียหายกลับแสดงเจตนาไม่ประสงค์ดำเนินคดี โดยอ้างว่าเป็นคนรักกัน ทำให้นายป๋องหลุดรอดจากการถูกดำเนินคดีในครั้งนั้นไป

คดีที่ 2: คดีพยายามฆ่าและอาวุธปืน (ตุลาคม 2561)

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2561 นายป๋องได้ก่อเหตุอฉกรรจ์ซ้ำรอยด้วยการพยายามฆ่าและใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นก่อนจะหลบหนีไป ทางชุดสืบสวนจึงได้เร่งแกะรอยติดตามตัว พร้อมทั้งประสานบิดาของผู้ต้องหาให้ช่วยเกลี้ยกล่อม จนกระทั่งวันที่ 13 ตุลาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.หนองปรือ สามารถจับกุมตัวนายป๋องได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลโป่ง หลังได้รับการแจ้งจากประชาชนว่าสร้างความเดือดร้อนรำคาญ และตรวจสอบพบว่ามีหมายจับของศาลจังหวัดพัทยาในข้อหาพยายามฆ่าและอาวุธปืนติดตัว จึงประสานให้ สภ.ห้วยใหญ่ รับตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่พยายามเค้นถามหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งนายป๋องอ้างว่านำปืนลูกโม่ขนาด .38 ไปโยนทิ้งทะเลบริเวณหลังวัดบ้านอำเภอ ตำรวจจึงระดมกำลังนักประดาน้ำและเครื่องมือค้นหาลงพื้นที่แต่ไม่พบอาวุธปืนแต่อย่างใด แม้เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้บอกจุดซ่อนปืนเพื่อประโยชน์ทางคดี แต่นายป๋องก็ยังคงบิดพลิ้วและปฏิเสธ ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำไปในช่วงปลายปี 2561

อดีตตำรวจนายดังกล่าวเปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า หลังจากเวลาผ่านไปนานร่วม 8 ปี กระทั่งช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายป๋องได้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาหาตน พร้อมเอ่ยทักทายอย่างหน้าตาเฉยว่า “สวัสดีครับพี่ ผมป๋องเอง” เมื่อสอบถามว่าได้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวมาจากไหน นายป๋องอ้างว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ตำรวจเคยเขียนทิ้งไว้ให้บิดาของตนตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน

ทันทีที่วางสายสนทนาเสร็จสิ้น ตะหนักได้ถึงความไม่ชอบมาพากลและความอันตรายของบุคคลดังกล่าว ตนจึงรีบแจ้งไปยังชุดสืบสวนให้ทำการจัดทำประวัติของนายป๋องขึ้นเป็น “บุคคลเฝ้าระวัง” ทันที เนื่องจากมองว่าเป็นบุคคลอันตราย มีพฤติกรรมก้าวร้าวและเกรงว่าหากปล่อยไว้จะกลับมาก่อเหตุซ้ำเติมสังคมอีก

ส่วนประเด็นข้อสังเกตเรื่องภาพการพบปะและการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์กับนายป๋องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นนั้น อดีตตำรวจนายนี้ชี้แจงว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ราชการทั้งสิ้น โดยครั้งแรกนายป๋องโทรศัพท์มาแจ้งเบาะแสว่าพบเห็นตำรวจอยู่บริเวณอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ ตนจึงโทรกลับเพื่อสอบถามรายละเอียดว่าพบเป้าหมายบุคคลตามหมายจับหรือไม่ พร้อมทั้งนัดหมายให้มาพบที่ร้านอาหารใกล้เคียงเพื่อสอบถามข้อมูลเชิงลึก เมื่อนายป๋องเดินทางมาถึงได้เดินเข้าสวมกอดตามวิสัยคนรู้จักผิวเผิน ก่อนจะพูดคุยกันสั้น ๆ แล้วแยกย้ายกันไป ส่วนการติดต่อทางโทรศัพท์อีกครั้ง เป็นช่วงที่นายป๋องตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีลักพาตัวสองพี่น้องชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นการโทรศัพท์ตามคำสั่งการของทีมชุดสืบสวนเพื่อใช้เป็นช่องทางในการติดต่อและแกะรอยติดตามตัว แต่ไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากปลายทางปิดเครื่องโทรศัพท์หนีไปแล้ว

ในตอนท้าย อดีตตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ได้เข้าพบและชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งย้ำว่า ตนไม่เคยใช้นายป๋องเป็นสายข่าว ไม่เคยมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือผลประโยชน์ร่วมกันใด ๆ ทั้งสิ้น และยังภูมิใจที่เป็นหนึ่งในกำลังพลชุดสืบสวนที่กล้าหาญเข้าจับกุมและเป็นพยานปากสำคัญในคดีอาชญากรรมของนายป๋องมาแล้วในอดีต

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888