เปิดผลชันสูตร 'สีดอหูพับ'! ทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน สำลักอาหารอุดตันหลอดลม

อธิบดีกรมอุทยานฯ น้อมรับผิดปมสลด "สีดอหูพับ" ล้มขณะเคลื่อนย้าย ยันเจ้าหน้าที่ทำเต็มกำลังตามคำสั่งศาลและหลักวิชาการ เผยเหตุสุดวิสัยสำลักอาหารอุดตันหลอดลมจากความเครียดสะสม สั่งระงับย้ายช้างที่เหลืออีก 3 ตัวชั่วคราวเพื่อถอดบทเรียนและประเมินความปลอดภัยสูงสุด
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงชี้แจงกรณีการตายของช้างป่า "สีดอหูพับ" ระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้ายจากอุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น ไปยังป่าภูหลวง จ.เลย โดยอธิบดีฯ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและน้อมรับผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทีมงานและสร้างความเสียใจให้กับประชาชน พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำร้ายช้าง ทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผนที่ซักซ้อมไว้ล่วงหน้า และที่ผ่านมาเคยย้ายช้างสำเร็จมาแล้วถึง 32 ครั้ง

สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองขอนแก่นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ให้เร่งเคลื่อนย้ายช้างดุร้าย 4 ตัวออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน เพื่อบรรเทาทุกข์ราษฎร หลัง "สีดอหูพับ" มีประวัติทำร้ายชาวบ้านเจ็บ 2 ราย และเสียชีวิต 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสีดอหูพับเป็นช้างหนุ่มอายุ 15-20 ปี สังเกตจากประวัติตกมันและขนาดรอยเท้า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มช้างที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง

ด้านทีมสัตวแพทย์อธิบายถึงเหตุสุดวิสัยว่า ได้ใช้ยาซึมในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวรวม 4 ครั้ง และมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่ในช่วงเคลื่อนย้ายช้างเกิดภาวะทรุดลงรวดเร็ว ผลชันสูตรเบื้องต้นพบภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวเนื่องจากการสำลักอาหารอุดตันที่หลอดลม ซึ่งเกิดจากความเครียดสะสมและการควบคุมการกินอาหารของสัตว์ป่าก่อนวางยาทำได้ยาก หลังจากนี้ทีมแพทย์เตรียมปรับแผนการทำงานโดยเลือกช่วงเวลาที่อาหารย่อยแล้วหรือช่วงช้างพักผ่อนเพื่อลดความเสี่ยง
อธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำว่าในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา มาตรการแก้ไขปัญหาช้างป่าช่วยลดการสูญเสียชีวิตของประชาชนได้ถึงร้อยละ 70 และลดการตายของช้างได้มากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เพื่อความโปร่งใสได้ประสานพนักงานสอบสวนร่วมบันทึกภาพทุกขั้นตอนก่อนฝังกลบ และสั่งระงับการเคลื่อนย้ายช้างที่เหลืออีก 3 ตัว คือ พลายงาจิ๋ว พลายคุถัง และสีดอน้อย ไว้ชั่วคราว เพื่อรายงานต่ออัยการและศาลปกครองถึงข้อจำกัดด้านสวัสดิภาพสัตว์ และจะรอจนกว่าการถอดบทเรียนครั้งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ เพื่อวางแนวทางที่ปลอดภัยสูงสุดต่อทั้งเจ้าหน้าที่และสัตว์ป่าในอนาคต
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
