เตือนภัย!!! มิจฉาชีพทำไลน์ปลอม “DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ” หลอกลวงประชาชน

วันนี้ (10 ธันวาคม 2566) กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอแจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ภาพประกอบการแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2566 มาใช้เป็นภาพปกของแอปพลิเคชันไลน์ปลอม “DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ” กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2566 เวลา 15.30 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีการแถลงข่าวความคืบหน้าคดีสำคัญ ณ ห้องแถลงข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับผู้แทนของสำนักงาน ปปง. และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และมีการเผยแพร่ภาพข่าว ปรากฏว่าในวันที่ 9 ธันวาคม 2566 มีกลุ่มมิจฉาชีพได้นำภาพการแถลงข่าวดังกล่าวไปเป็นภาพปกของแอปพลิเคชันไลน์ ใช้ชื่อว่า “DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ” เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นช่องทางติดต่อกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยแพร่สู่สาธารณชน

กรมสอบสวนคดีพิเศษขอเน้นย้ำอีกครั้ง ว่าช่องทางการการติดต่อเพื่อร้องทุกข์ ร้องเรียน แจ้งเบาะแส หรือติดตามสถานะความคืบหน้าทางคดี คือ เว็บไซต์ www.dsi.go.th เท่านั้น และขอให้ข้อสังเกตแก่ประชาชนว่า หากได้รับลิงค์เว็บไซต์ที่ต้องสงสัยขอให้ตรวจสอบชื่อเว็บไซต์ที่ลงท้ายก่อนทุกครั้ง เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาล ส่วนราชการ กระทรวง/กรม จะลงท้ายด้วย .go.th โดยย่อมาจาก Government of Thailand และจะไม่มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษติดต่อผู้เสียหายให้แจ้งความออนไลน์ทาง Line หรือให้โหลดแอปพลิเคชัน หรือให้โอนเงินเป็นค่าดำเนินการใด ๆ เพราะฉะนั้นขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ ซึ่ง Line@ ที่เป็นทางการ หรือ Line Official ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีเพียง Line @checkdidsi เฉพาะกิจแชร์ลูกโซ่ ซึ่งกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบได้พัฒนานวัตกรรมนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยประชาชนประเมินความเสี่ยงก่อนที่จะนำเงินไปร่วมลงทุนธุรกิจใด ๆ ว่าเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่เพื่อเป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดความเสียหายขึ้นเท่านั้น
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้ส่งเรื่องให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป จึงประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เดินทางมาตรวจสอบการตรวจค้นด้วยตัวเองกล่าวว่า การตรวจค้นในครั้งนี้ พบนักท่องเที่ยว 220 คน แบ่งเป็นชาย 100 คน หญิง 120 คน และยังพบอีกว่า สถานประกอบการดังกล่าว ใบอนุญาตประกอบการหมดอายุตั้งแต่ปี พ.ศ 2563 แต่ยังคงลักลอบเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดมาจนถึงปัจจุบัน จากการตรวจค้นภายในร้านยังพบยาเสพติดหลายประเภท เช่น ยาบ้า ยาอี ไอซ์ เคตามีน Happy water เป็นต้น และยังพบอีกว่า ภายในร้านได้มีการจัดพื้นที่ให้ผู้ใช้บริการเข้าไปเสพยาเสพติด โดยห้องดังกล่าวจะเป็นห้องแยกอยู่ในห้องน้ำ ส่วนตัวเลขผู้ติดยาเสพติดนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในภายหลัง เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ปิดสถานประกอบเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่งของ คสช.ที่ 22/2558 โดยหลังจากนี้จะมอบอำนาจให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลจัดการในเรื่องการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป รวมทั้งจะดำเนินการขยายผลไปหาเจ้าของสถานประกอบการที่แท้จริง
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า การบุกจับกุมในครั้งนี้เป็นการตอบรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่อนุญาตให้เปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. เพื่อให้ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ คำนึงไว้อยู่เสมอว่าจำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบการ และปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
