เดือดคาสน.ทองหล่อ! “ณัฐวุฒิ”พุ่งผลัก“สมชัย”อดีต กกต.ร่วงตกจักรยานกองกับพื้นกระชากหมวก-ด่าทอ
z-z1539281223903.webp)
ระทึกเดือดหน้า สน.ทองหล่อ! “ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” บุกดักรอประชันหน้า “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. วัย 67 ปี ขณะปั่นจักรยานมาแจ้งความ ก่อนพุ่งผลักล้มคว้างกองกับพื้น-กระชากหมวกต่อหน้าสื่อและตำรวจ ตะโกนด่าทอด่าทอไม่กลัวกฎหมาย ตร.ขู่ใส่กุญแจมือถึงยอมถอย! นักกฎหมายชี้ชะตากรรมอ่วมหนัก “ผลักคนแก่ตกจักรยาน” ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เสี่ยงโดนอัปเกรดข้อหาทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส มาตรา 297 คุกหนักสูงสุดถึง 10 ปี
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เกิดเหตุการณ์ชุลมุนและปะทะเดือดขึ้นบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ (สน.ทองหล่อ) เมื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวัย 67 ปี ได้ปั่นจักรยานเดินทางมาตามนัดหมายเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม แต่ทว่านายณัฐวุฒิได้มารอดักรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่นายสมชัยปั่นจักรยานมาถึง นายณัฐวุฒิได้ตรงเข้าประชันหน้าพร้อมกับใช้อีกฝ่ายคว้าแขนและผลักอกนายสมชัยอย่างแรง จนล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมรถจักรยาน ต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนที่มาทำข่าว

หลังเกิดเหตุ นายสมชัยได้ตะโกนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวคู่กรณีทันทีเนื่องเป็นการทำร้ายร่างกาย ขณะที่ผู้สื่อข่าวในพื้นที่พยายามกล่าวตักเตือนนายณัฐวุฒิถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่นายณัฐวุฒิกลับตอบโต้ด้วยอารมณ์ดุเดือด ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายใคร พร้อมแสดงเอกสารที่อ้างว่าเป็นคำร้องขอหมายจับนายสมชัย ทั้งยังตะโกนท้าทาย ด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง และบอกให้ไปแจ้งความได้เลยเพราะไม่เกรงกลัว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ต้องรีบเข้ามาระงับเหตุและพยายามแยกคู่กรณี แต่นายณัฐวุฒิยังคงตรงเข้ากระชากหมวกออกจากศีรษะของนายสมชัย จนตำรวจต้องเอ่ยปากเตือนว่าจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการใส่กุญแจมือ นายณัฐวุฒิจึงยอมเดินแยกออกไปกับเจ้าหน้าที่

ในมุมมองทางกฎหมายอาญา เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นความเสี่ยงขั้นรุนแรงของผู้ก่อเหตุ การกระทำต่อผู้สูงอายุในวัย 67 ปีด้วยการผลักให้ตกจากรถจักรยานอย่างกะทันหัน ไม่อาจมองเป็นเพียงการกระทบกระทั่งหรือความผิดฐานทำร้ายร่างกายไม่เป็นอันตราย (มาตรา 391) เท่านั้น เนื่องจากสภาพร่างกายของผู้สูงวัยมีความเปราะบาง หากผลตรวจร่างกายพบการฟกช้ำรุนแรง จะเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 มีโทษจำคุกสูงถึง 2 ปี และหากร้ายแรงถึงขั้นกระดูกหักหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้อหาจะถูกอัปเกรดเป็น มาตรา 297 ซึ่งมีโทษจำคุกหนักตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปีทันที

ประเด็นสำคัญในทางคดีคือ ผู้กระทำความผิดไม่อาจยกข้ออ้างต่อศาลได้ว่า "ตั้งใจผลักเบาๆ" หรือ "ไม่ได้เจตนาให้เจ็บหนัก" เนื่องจากตามหลักกฎหมาย การที่ผู้สูงอายุล้มและได้รับบาดเจ็บรุนแรงถือเป็นผลธรรมดาที่ย่อมเกิดขึ้นได้จากการใช้กำลัง การปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือสติและก่อเหตุหน้าสถานีตำรวจ จึงเป็นการเพิ่มคดีอาญาโทษจำคุกหนักให้แก่ตนเองโดยไม่จำเป็น ซึ่งนายสมชัยยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
