เดือดครึ่งชั่วโมงหยุดยิงแล้ว หลังกัมพูชายิงปืนกล-ระเบิด ตรึงกำลังเข้มช่องอานม้า ทหารไทยไร้เจ็บแฉกัมพูชายิงก่อนตั้งกล้องถ่ายหวังไทยยิงตอบโต้ เก็บหลักฐานฟ้อง IOT

เมื่อเวลา 12.03 น. วันที่ 27 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ช่องอานม้า อ.บ้านน้ำยืน จ.อุบลราชธานี พบฝ่ายกัมพูชา ใช้อาวุธปืนกลมือยิงเข้ามายังเจ้าหน้าที่ทหารฝั่งไทย ก่อนที่เจ้าที่ฝั่งไทยจะตอบโต้ด้วยการยิงปืนกลเข้าไปเช่นกัน
จากนั้นทางฝ่ายกัมพูชาใช้เครื่องยิงลูกระเบิด ยิงเข้ามาฝั่งไทยขณะนี้เจ้าที่ทหารฝั่งไทยกำลังตอบโต้กลับ โดยรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น. ได้หยุดยิงตอบโต้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยปลอดภัยทุกนาย แต่ยังคงตรึงกำลังไว้ทุกจุด และมีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา
ด้านเพจ กองทัพบก ทันกระแส รายงานว่า พื้นที่ช่องอานม้า มีการยิงยั่วยุจากฝ่ายกัมพูชา ทั้งปืนกล และเครื่องยิงลูกระเบิด ไทยไม่โต้ตอบ “ยืนยันยังไม่มีการปะทะ”
ขอให้ประชาชนเข้าใจ และเชื่อมั่นในสถานการณ์ต้องเป็นไปตามเหตุผลและสิ่งแวดล้อม อย่าหลงกล เข้าทางกัมพูชา
ต่อมาเมื่อเวลา 12.40 น. รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่าจากกรณีที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนกลมือและเครื่องยิงลูกระเบิดยิงเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย จากการตรวจสอบพบว่า เป็นแผนของฝั่งกัมพูชา เพื่อต้องการยั่วยุให้ทางฝ่ายไทย ยิงตอบโต้ ซึ่งฝั่งกัมพูชาตั้งกล้อง เพื่อรอบันทึกภาพ และนำไปฟ้อง IOT ฝั่งกัมพูชา โดยเวลา 13.00 น. ทางฝ่ายไทยได้รับแจ้งจากฝ่ายกัมพูชา พื้นที่ตรงข้ามช่องอานม้าแจ้งว่า จะนำคณะ IOT ฝั่งกัมพูชา เดินทางเข้าพื้นที่ช่องอานม้า ในช่วงบ่ายของวันนี้เลย
รายงานข่าวเผยอีกว่า หลังจากเกิดเหตุไม่นาน โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกมาแถลงข่าวในทันที จากนั้นจะนำคณะ IOT ฝั่งกัมพูชา เข้ามาตรวจสอบในพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดคาดเป็นแผนของทางฝั่งกัมพูชาที่เตรียมวางไว้แล้ว เพื่อให้ทางฝั่งไทยตกหลุมพราง โดยกองกำลังสุรนารีเตรียมพร้อมและสั่งการให้ยิงตอบโต้ตามสถานการณ์
โดยมีคลิปที่ทหารกัมพูชาได้ตั้งกล้องรอ แล้วนำไปฟ้องคณะ IOT ซึ่งเป็นเสียงอาวุธปืนจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงเข้ามายังฝั่งไทย
ล่าสุดเพจ กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ประจำวันที่ 27 กันยายน 2568 (เวลา 14.00 น.) สถานการณ์โดยรวม เมื่อเวลา 12.02 น. ฝ่ายกัมพูชาพยายามสร้างสถานการณ์ความตึงเครียด ขึ้นอีกครั้งบริเวณพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้อาวุธสงครามยิงเข้ามายังพื้นที่ของฝ่ายไทยจากบริเวณ เนิน 677 มายังเนิน 600 และเนิน 527 พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนเล็กยิงปะทะเป็นระยะ ก่อนที่สถานการณ์จะยุติลง ทั้งนี้ การปะทะจำกัดวงอยู่เฉพาะบริเวณดังกล่าว แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังควบคุมพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ฝ่ายไทยรับแจ้งจากกัมพูชาว่า คณะสังเกตการณ์ระหว่างประเทศ (IOT) ของกัมพูชาจะเดินทางเข้าพื้นที่ช่องอานม้า กองทัพภาคที่ 2 ประเมินว่าเป็นความพยายามของกัมพูชาในการ “สร้างเงื่อนไข” และ “ยั่วยุ” ให้เกิดสถานการณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่คณะ IOT เดินทางเข้าพื้นที่ โดยในอดีต กัมพูชามักใช้กลยุทธ์ลักษณะนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และในครั้งนี้ก็ยังคงดำเนินการในรูปแบบเดียวกัน
นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชามีการตั้งกล้องบันทึกภาพไว้ล่วงหน้า บริเวณฐานปฏิบัติการทางทิศใต้ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะนำเหตุการณ์ไปใช้เผยแพร่ในเวทีนานาชาติ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าฝ่ายไทยเป็นผู้ริเริ่มการปะทะ ทั้งที่แท้จริงแล้ว เป็นการกระทำเชิงยุทธวิธีที่ไม่เหมาะสมของฝ่ายกัมพูชาเอง
การใช้อาวุธยิงโจมตีในห้วงเวลากลางวัน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางยุทธวิธี แสดงถึงเจตนาชัดเจน ที่จะยั่วยุให้ฝ่ายไทยตอบโต้ หากฝ่ายไทยดำเนินการตอบสนอง ก็เสี่ยงที่จะถูกกล่าวหาว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และถูกขยายผลในเวทีระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยยังคงควบคุมสถานการณ์ด้วยความสุขุม รอบคอบ และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่จะตกเป็นประโยชน์ต่อการโฆษณาชวนเชื่อของกัมพูชา แต่ขอยืนยันว่ากองทัพไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติอย่างเต็มกำลังควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
ในขณะเดียวกัน กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนลงพื้นที่เพื่อช่วยประสานงาน อำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ากองทัพจะไม่ทอดทิ้งและพร้อมยืนเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์
กองทัพภาคที่ 2 จะติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมรายงาน ความคืบหน้าให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณ ในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยติดตามเฉพาะช่องทางอย่างเป็นทางการของหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อป้องกันการเกิดความเข้าใจผิดหรือการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
