เคสแรกของไทย! กรมขนส่งทางรางแจ้งจับกลุ่มคนขับจอดรถคร่อมรางชนวนเหตุชนสาย 206

กรมการขนส่งทางรางส่งฝ่ายกฎหมายบุก สน.มักกะสัน แจ้งความเอาผิดกลุ่มผู้ขับขี่จอดรถยนต์คร่อมรางชนวนเหตุโศกนาฏกรรมรถไฟสินค้าพุ่งชนรถเมล์สาย 206 ระบุชัดถือเป็นประวัติศาสตร์เคสแรกของประเทศ หลัง พ.ร.บ.ขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ประกาศบังคับใช้ ยันส่งไม้ต่อให้ตำรวจคัดกรองพฤติการณ์ความผิดเป็นรายกรณี ไล่เช็กบิลสิ่งกีดขวางทางรางและประมาทร่วม โต้กระแสสังคมลั่นไม่ได้แก้เกี้ยวแต่ทำเพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด
(22 พฤษภาคม 2569) – ที่สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน นายรักสิทธิ์ ไวตี ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์และผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีพฤติการณ์จอดรถกีดขวางหรือ "หยุดรถคร่อมรางรถไฟ" บริเวณจุดตัดทางรถไฟแยกอโศก-เพชร ถนนกำแพงเพชร 7 ในวันเกิดเหตุอุบัติเหตุสลดขบวนรถไฟขนส่งสินค้าพุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.33 น. ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ระบบการขนส่งทางรางได้รับความเสียหายขั้นรุนแรงและกระทบต่อสวัสดิภาพสาธารณะ
นายรักสิทธิ์ เปิดเผยว่า การเดินหน้าแจ้งความในครั้งนี้ อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์โศกนาฏกรรมทางตัดอโศกครั้งนี้ ถือเป็นกรณีแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่มีการนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้ดำเนินคดีกับภาคประชาชนและผู้ขับขี่ที่สร้างสิ่งกีดขวางจนทำให้ขบวนรถไฟไม่สามารถเดินรถได้อย่างปลอดภัย สำหรับฐานความผิดและข้อหาที่เข้าข่ายนั้น ยังไม่สามารถระบุจำนวนบุคคลที่แน่ชัดได้ เนื่องจากต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาพฤติการณ์ทางคดีเป็นรายกรณี คล้ายกับกฎหมายจราจรทางบก โดยจะดูว่าผู้ขับขี่มีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือมีความพยายามในการเคลื่อนย้ายรถออกจากทางรางในช่วงเวลาวิกฤตหรือไม่
ส่วนประเด็นการเอาผิดรถโดยสารประจำทางสาย 206 และประเด็นสารเสพติดของผู้ปฏิบัติงานเดินรถ นายรักสิทธิ์ ระบุว่า จะต้องพิจารณาองค์ประกอบตามกฎหมายอาญาอย่างละเอียด ทั้งเรื่องพฤติกรรมการกระทำ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และตัวผู้กระทำผิด ซึ่งอาจมีผลผูกพันไปถึงการพิจารณาเงื่อนไขความคุ้มครองสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ขร. มองว่าอุบัติเหตุครั้งนี้อาจเข้าข่าย “ความประมาทร่วม” จากหลายฝ่าย ทั้งพนักงานขับรถยนต์ทั่วไป พนักงานขับรถไฟ หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมสัญญาณจราจรหน้างาน ซึ่งต้องตรวจสอบไทม์ไลน์เชิงลึกรายวินาที โดยกรมการขนส่งทางรางไม่มีอำนาจชี้ขาดว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด แต่มีหน้าที่เข้ามาอุดรอยรั่วและกำกับดูแลความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
ผู้อำนวยการกองกฎหมาย ขร. กล่าวเน้นย้ำปิดท้ายเพื่อตอบคำถามกระแสสังคมว่า การเดินทางมาโรงพักมักกะสันในวันนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการกระทำเพื่อ "แก้เกี้ยว" หรือปัดความรับผิดชอบ และไม่ได้มีเจตนาจะมุ่งเป้าดำเนินคดีกลั่นแกล้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลระบบรางเพื่อรักษาผลประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ส่วนแนวคิดการดึงตัวอาสาตำรวจจราจรเข้ามาช่วยประจำจุดตัดทางรถไฟทั่วกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดนั้น ทางกรมฯ พร้อมขานรับจากการประชุมร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อเพิ่มกลไกป้องกันเหตุสลดในระยะยาวทันที
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
