อ่วมอรทัย!“ศาลทุจริต”สั่งจำคุก“แก๊งตำรวจ-พลเรือน8คน”ลอบขายปืนหลวงพร้อมให้คืนปืน71กระบอก!

“ศาลอาญาคดีทุจริตฯ” พิพากษา “ตำรวจ-พลเรือน” รวม 8 คน ลอบ “ขายปืนหลวง” สั่งจำคุกอ่วม พร้อมให้คืนอาวุธปืน 71 กระบอกหรือใช้เป็นเงินแทนเกือบ 1.5 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วันนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 72 ,119/2566 ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต2 เป็นโจทก์ฟ้อง ส.ต.ท. น. กับพวกรวม 9 คน จำเลย ทั้งสองคดีศาลสั่งรวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยโจทก์ฟ้องขอให้ ลงโทษจำเลยทั้งเก้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83,86,91,147,157,371 พ.ร.บ.
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา172 พ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องกระสุนวัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4,7,8 ทวิ,24,55,72,72 ทวิ,73,78 พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 4,15,42 ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่องกำหนดยุทธภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาต ตามพ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 พ.ศ.2564 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 54 ให้จำเลยทั้งเก้าคืนอาวุธปืนเล็กยาวแบบเอ็ม 16 เอ 1 (ปลย.เอ็ม16 เอ 1) (ไม่มีซองกระสุนปืน) จำนวน 71 กระบอก หรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 1,483,900บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยทั้งเก้าให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยทั้งเก้าตามทางไต่สวนแล้ว ฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา147 เจ้าหน้าที่ทหารสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนสงครามชนิดต่างๆ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือ สืบสวนขยายผลจากภาพกล้องวงจรปิด และพยานที่เกี่ยวข้องสอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องตามลำดับพบว่า มีการเก็บกุญแจคลังเก็บอาวุธไว้ในที่เดียวกันเพื่อง่ายต่อการที่จำเลยที่1 กระทำความผิดนำกุญแจคลังเก็บอาวุธอาศัยจังหวะและโอกาสที่ตนเองทำหน้าที่เวรยามกระทำการสักลอบนำเอาอาวุธปืนออกจากคลังอาวุธ และมีเส้นทางการธุรกรรมการเงิน โอนเงินระหว่างจำเลย ด้วยกันแต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก และพบว่ามีจำเลยบางคนทำรายการถอนเงินสดหน้าธนาคารที่ได้รับมาจากภาพวงจรปิดกล้องของธนาคารต่างๆ เชื่อมโยงสัมพันธ์กันว่ามีการตกลงซื้อขายอาวุธปืน แต่ละช่วงเวลาที่มีการลักเอาและส่งมอบอาวุธปืนในแต่ละครั้งส่วนที่เหลือมีการชำระเป็นเงินสด เมื่อมีการส่งมอบอาวุธปืนในวันเกิดเหตุเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีการส่งมอบกันจริงมีภาพวงจรปิดยืนยัน พยานหลักฐานของโจทก์สอดคล้องเชื่อมโยงตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้น การวินิจฉัยพยานหลักฐานของศาลฟังประกอบหลักฐานอื่น มิได้รับฟังแต่เพียงพยานบอกเล่าโดยลำพังมีเหตุผลอันหนักแน่น แม้จะไม่สามารถยึดอาวุธปืนของกลางนำมาตรวจสอบได้ว่าเป็นอาวุธปืนจากคลังอาวุธที่ถูกลักไปหรือไม่ แต่ภาพที่บันทึกในโทรศัพท์ของจำเลยที่6-7 มีสัญลักษณ์ของ กองบัญชาการตำรวจ จำนวน3 กระบอก มีหมายเลขอาวุธปืน2กระบอก ปะปนอยู่กับอาวุธปืนที่สูญหายอีก 71 กระบอก จึงเชื่อว่าเป็นจำนวนเดียวกันกับที่จำเลยที่1กับพวกลักนำออกไป พยานหลักฐานของโจทย์ที่นำสืบและไต่สวนสามารถพิสูจน์ ความผิดของจำเลยผู้ทำความผิดได้ ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยแต่ละคนที่อ้างว่าไม่เกี่ยวข้องนั้น เห็นว่า เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานของโจทก็ได้ ฟังได้ว่าจำเลยแต่ละคนรู้หน้าที่และบทบาทของกันและกันมีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ส่วนจำเลยที่ 9 ทางไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงระบุเส้นทางการเงินเกี่ยวพันจำเลยที่ 9 ทั้งไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนว่าจำเลยที่ 9 กระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง
พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1-8 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา147 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกกระทงละ6 ปี สองกระทงจำคุก 12 ปี การกระทำของจำเลย 2,4,6,8 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา147 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกกระทงละ4 ปี สองกระทงจำคุกคนละ 8 ปี จำเลยที่1,4,6,8 ทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันค้าหรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนมาตรา78 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกกระทงละ20 ปี จำเลยที่ จำเลยที่1,4,6,8 กระทำผิดคนละสองกระทง จำคุกคนละ40ปี ส่วนจำเลยที่5 กระทำผิดสี่กระทงจำคุก 80 ปี การกระทำจำเลยที่ 3 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน มาตรา78วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกกระทงละ2ปี สองกระทงรวมจำคุก4ปี และการกระทำจำเลยที่ 7 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นค้า หรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกกระทงละ 13 ปี เดือน สองกระทงจำคุก26ปี 8เดือน การกระทำของจำเลยที่1,2,4,8เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกกระทงละ2ปี การกระทำของจำเลยที่1,2,4,8 กระทำผิดคนละสองกระทง จำคุกคนละ4 ปี จำเลยที่ 5 กระทำผิดสี่กระทงจำคุก8 ปี การกระทำของจำเลยที่3 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานสนับสนุนผู้อื่นให้พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่รับอนุญาต ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกกระทงละ1 ปี 4 เดือน สองกระทงจำคุก2 ปี8เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 56 ปี จำคุกจำเลย2,4,6,8 รวมคนละ 52ปี จำคุกจำเลยที่ 5 รวม96ปี จำคุกจำเลยที่ 3 รวม6ปี 8เดือนจำคุกจำเลยที่7 รวม30ปี 8เดือน จำเลยที่1-8 ให้การในชั้นซักถาม ชั้นสีบสวนและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา
มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่1 มีกำหนด 28ปี คงจำคุกจำเลยที่ 4,6,8, มีกำหนดคนละ 26 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 5 มีกำหนด 48 ปี จำคุกจำเลยที่ 7 มีกำหนด15 ปี 4 เดือน และให้จำเลยที่ 1-8 คืนอาวุธปืนเล็กยาวแบบเอ็ม 16 เอ1 (ไม่มีซองกระสุนปืน) จำนวน 71 กระบอก หรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 1,483,900 บาท แก่ผู้เสียหาย ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 9 และคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
