อีกแล้ว! ทางม้าลายยังอันตราย จยย.ชนคนเดินข้ามทางม้าลายบน ร่างกระเด็นอาการสาหัส ญาติวอนผู้ขับขี่รถควรมีน้ำใจต่อคนเดินถนนด้วย

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.20 น. ของวันที่ 19 ก.ย.2567 ที่ผ่านมา จากวงจรปิดจะเห็นว่า ผู้เสียหายเป็นชาย อายุประมาณ 50 ปี เดินอยู่บนทางเท้ามาตามถนนวัชรพล เพื่อจะมาข้ามทางม้าลาย ตรงด้านหน้าเสถียรธรรมสถาน ในระหว่างที่เดินข้ามถนน ชายคนดังกล่าวพยายามมองรถทางขวา โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเย็นที่การจราจรคับคั่ง และรถยนต์ได้หยุดให้ชายคนดังกล่าวเดินข้ามทางม้าลาย จนกระทั่งเดินไปถึงช่วงที่คั่นเลนฝั่งตรงข้าม ก็ยังพยายามมองรถทางขวา อยู่เป็นระยะ และขณะจะก้าวข้ามไปยังอีกเลนของถนน ปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์ขับพุ่งเข้ามา ทั้งๆที่รถยนต์คันอื่นจอดรอเพื่อให้ชายดังกล่าวเดินข้าม รถจักรยานยนต์ได้พุ่งเข้าชนชายคนดังกล่าวอย่างจัง จนร่างลอยกระเด็นไปไกลเกือบ 10 เมตร

ขณะที่ภาพวงจรปิดอีกมุม จะเห็นว่า หลังเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บนอนแน่นิ่งไป และพยายามขยับตัว แต่ก็ขยับไม่ได้ ส่วนคนขับขี่รถจักรยานยนต์ มีอาการบาดเจ็บที่ขา และพยุงตัวเอง เดินไปหลบข้างทาง โดยมีพลเมืองดี ช่วยกันรถที่จะผ่านจุดนั้น และนำรถจักรยานยนต์ เข้ามาหลบข้างทาง พร้อมทั้งเรียกอาสาสมัครกู้ภัย เข้ามาให้การช่วยเหลือ โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาล
ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อพูดคุยกับญาติผู้บาดเจ็บ ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ น้องชายเลิกงานแล้ว กำลังจะเดินทางไปรับภรรยาและลูก หลังออกจากออฟฟิศ ในย่านนั้น ก็เดินมา หน้าเสถียรธรรมสถาน เพื่อจะไปยังฝั่งตรงกันข้าม และจะไปเรียกแท็กซี่ไปรับภรรยาและลูกกลับบ้าน แต่ ก็ต้องมาประสบอุบัติเหตุ ถูกรถจักรยานยนต์ ชนตรงทางม้าลาย ที่คิดว่าน่าเป็นจุดที่น่าจะปลอดภัยสำหรับผู้ที่เดินเท้า แต่กลับต้องได้บาดเจ็บสาหัส โดยอาการของน้องชาย ถูกส่งเข้าห้องไอซียู มีอาการกระดูกซี่โครงหัก ม้ามแตก แพทย์ทำการผ่าตัดเอาม้ามออก และขณะนี้ยังต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด
ส่วนคู่กรณี ซึ่งเป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ หลังเกิดเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน ได้เข้าไปพบตำรวจ สน.คันนายาว โดยตำรวจพิจารณาแล้วว่าชายคนดังกล่าว ขับรถจักรยานยนต์ประมาท และเขาก็ยอมรับว่าเป็นความประมาทพร้อมลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานแล้ว
ญาติของผู้บาดเจ็บ ยังกล่าวด้วยว่า อยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องชาย เป็นอุททาหรณ์สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพราะไม่ใช่น้องชายของตนเองรายแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพียงเพราะความประมาทของผู้ขับขี่ ที่ควรเคารพกฎจราจร มีน้ำใจ้ให้กับผู้ใช้ถนน ซึ่งกรณีนี้แม้ว่าจะมีการใช้ทางม้าลายอย่างระมัดระวังแล้ว แต่ก็ยังถูกเฉี่ยวชน จึงอยากให้เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่แค่ไฟไหม้ฟาง แต่ควรเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมายจราจรของผู้ขับขี่ ที่ควรมีน้ำใจและระมัดระวังต่อคนข้ามถนนบนทางม้าลาย แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจราจรควรมีมาตรทั้งการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจังกับผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนกฎจราจรและทำให้เกิดความเสียหายต่อคนข้ามถนนทั้งชีวิตร่างกาย รวมถึงการแก้ปัญหาทางม้าลายอันตรายอย่างจริงจังเช่นการพิจารณาติดสัญญานไฟแดงเพิ่มเติมให้คนข้ามในจุดทางม้าลายที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งเป็นทางม้าลาย บนถนนวัชรพล มักเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนคนข้ามทางบ่อยครั้ง เพราะจุดดังกล่าวแม้จะเป็นทางม้าลาย แต่ไม่มีสัญญานไฟสำหรับคนข้ามทาง ทำให้ผู้ที่ข้ามทางม้าลายบริเวณนี้ ส่วนใหญ่รวมถึงผู้บาดเจ็บรายนี้ ต้องใช้ความพยายาม ระมัดระวังตัวเอง ก่อนข้ามถนนในจุดดังกล่าว
ซึ่งอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซต์ชนคนข้ามทางม้าลาย เคยเกิดขึ้นเป็นข่าวดังมาแล้วกรณีการสูญเสีย “พญ.วราลัคน์”หรือ “หมอต่าย”ที่ถูกบิ๊กไบต์ชนขณะข้ามทางม้าลาย ในเดือนเม.ย. 2565 จนทำให้สังคมตื่นตัว และทำให้ภาครัฐโดย ศูนย์อำนวยการปลอดภัยทางถนน(ศปถ.) มีการเสนอรัฐบาลออมาเป็นมติครม.เพื่อหยุดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนถนน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์รถชนคนข้ามทางม้าลายเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยเดือน ก.ย.ปี2565 มีการบังคับใช้พรบ.จราจรทางบกฉบับที่ 13 กำหนดรายละเอียดในเรื่องการข้ามทางอีก 8 ประเด็นที่ผู้ขับขี่ต้องหยุด ต้องจอด และมีโทษหากชนคนตาย และเดือนพ.ย.65 กระทรวงมหาดไทยยังได้สั่งให้ทุกจังหวัดแก้ไขปรับปรุงทางข้าม ให้มีการติดตั้งระบบป้องกัน สัญญานไฟข้าม และปรับกรุงสัญลักษณ์ให้เหมาะสม รวมถึงป้ายและไฟส่องสว่างด้วย.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
