อธิบดีกรมอุทยานฯสั่งคุมเข้มสวนสัตว์เปิดทั่วประเทศหลังเกิดเหตุสลดสิงโตขย้ำเจ้าหน้าที่ พร้อมสั่งกักสิงโต 5 ตัว ปรับพฤติกรรม

จากกรณีเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญในสวนสัตว์เปิดกลางกรุง เมื่อเจ้าหน้าที่ถูกฝูงสิงโตรุมทำร้ายจนเสียชีวิตท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวที่เข้าชมในโซนซาฟารี ล่าสุดกรมอุทยานฯ สั่งปิดโซนดังกล่าวชั่วคราว พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสวนสัตว์และสภาพการเลี้ยงดูสิงโต ซึ่งจัดเป็นสัตว์ป่าควบคุมที่ผู้ครอบครองต้องขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย


ล่าสุด 11 ก.ย.2568 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์เสียชีวิตจากเหตุสิงโตทำร้ายในสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ นั้น เบื้องต้นได้สั่งการให้พักการให้บริการซาฟารีโซนสัตว์ดุร้าย ของสวนสัตว์เป็นการชั่วคราว พร้อมสั่งให้สวนสัตว์เร่งจัดทำแผนมาตรการด้านความปลอดภัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

“กรมอุทยานฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์นี้อย่างเข้มงวด แม้สวนสัตว์จะได้รับอนุญาตให้เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กรมฯ จะตรวจสอบว่าการครอบครองสิงโตจำนวน 32 ตัวที่เหลืออยู่เป็นไปตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 หรือไม่ และให้สวนสัตว์ส่งแผนมาตรการด้านความปลอดภัยมาพิจารณาภายใน 2 วัน นอกจากนี้ กรมฯ จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสวนสัตว์เปิดอีก 5 แห่งทั่วประเทศ จากเดิมที่ตรวจทุก 1-3 เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน”นายอรรถพล กล่าว

เมื่อถามว่า ในประเทศไทยเวลานี้ มีผู้เลี้ยงสิงโตจำนวนเท่าใด นายอรรถพล กล่าวว่า ตรวจสอบที่มาขึ้นทะเบียนกับกรมอุทยานฯพบว่า มีผู้เลี้ยงทั้งหมด 85 ราย เป็นจำนวนสิงโตทั้งหมด 620 ตัว ในจำนวนนี้ เป็นสิงโตที่เลี้ยงในสวนสัตว์ 75 ราย โดยเป็นบุคคลทั่วไป ที่เพาะพันธุ์สิงโต 75 ราย เป็นสวนสัตว์ 10 แห่ง ในจำนวนนี้พบว่า ที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีผู้เลี้ยงมากที่สุดคือ 119 ตัว
“ทั้งหมด ต้องมาขึ้นทะเบียนกับอุทยาน และเจ้าหน้าที่ของกรมจะต้องไปตรวจสอบคุณสมบัติผู้เลี้ยง และสถานที่ เช่น ต้องมีกรงเลี้ยงที่แข็งแรงพอ และต้องอยู่ห่างจากบ้านประชาชน ไม่ใช่เอามาเลี้ยงในบ้านซึ่งเวลานี้ ผมสั่งการไปยังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทุกแห่งแล้ว ให้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ สถานที่ และสถานที่ รวมทั้งบุคคลจะต้องมีการซ้อมเรื่องมาตการรักษาความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯดูจนกว่าจะผ่าน และต้องทำทุกเดือน”นายอรรถพล กล่าว
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า สำหรับสิงโตทั้ง 5 ตัว ที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ของซาฟารี เวิลด์ นั้น จะต้องถูกกักพื้นที่ เพื่อปรับพฤติกรรม ก่อน ห้ามออกมาในที่เปิด เพราะถือว่า ทั้ง 5 ตัวนั้นมีพฤติกรรมทำร้ายมนุษย์แล้ว หากปล่อยไว้ จะเกิดเป็นความเคยชิน ทำร้ายนักท่องเที่ยว

“จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ผมจะไปคุยกับผู้บริหาร ของสวนสัตว์ โดยเฉพาะทางสวนสัตว์เปิดที่มีโซนแสดงสัตว์ดุร้าย ทั้งเสือ สิงโต และช้าง โดยเฉพาะ การปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปด้วย ที่ผ่านมา สั่งห้ามเด็ดขาดเรื่องการเข้าไปถ่ายรูปแบบใกล้ชิด แต่ก็ยังมีการทำกัน อย่าลืมว่า สิ่งที่เราควบคุมสัตว์เหล่านั้นไม่ได้เลย คือ อารมณ์ และความรู้สึก เราไม่รู้ว่า ตอนไหนที่เขามีอารมณ์แบบไหน ปล่อยสัญชาติญาณป่าออกมาเมื่อใด”นายอรรถพล กล่าว
อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา สวนสัตว์แห่งหนึ่ง ปล่อยให้นักท่องเที่ยวจูงเสือถ่ายรูป แล้วโดยเสือตะปบ ได้รับบาดเจ็บ นี่เป็นอุทธาหรณ์ว่า ไม่ควรไว้ใหญ่สัตว์ป่า ไม่ว่าชนิดใดทั้งสิ้น โดยเฉพาะสัตว์ผู้ล่า
“แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯเองผมสั่งเด็ดขาด อย่าประมาท เมื่อต้องทำงานกับสัตว์ป่า เช่น ช้าง ที่ต้องมีเจ้าหน้าที่ไปช่วยควบคุม กรณีช้างเข้าใกล้ชุมชน แม้จะใกล้ชิด คุ้นเคย อย่างไรก็ไม่ควรเข้าใกล้ ให้อยู่ห่างในระยะที่ปลอดภัย และทำงานได้เท่านั้น
นายอรรถพล กล่าวว่า กรณีสิงโต ที่ซาฟารีเวิลด์นั้น ตนเห็นว่า เป็นความบกพร่อง ในเรื่องแผนการซ้อม มองข้ามมาตรการความปลอดภัย ซึ่งนับจากนี้ ทางสวนสัตว์ต้องทำแผนมาตรการความปลอดภัยใหม่ให้กรมอุทยานฯดู ว่าเพียงพอแล้วหรือไม่ หากไม่เพียงพอก็ไม่ผ่าน ยังไม่ให้เปิดสำหรับโซนนี้ ต้องดำเนินการจนกว่าจะผ่าน
เมื่อถามว่า เวลานี้ประเทศไทย มีสวนสัตว์เปิด ที่แสดงตัวสัตว์อันตราย กี่แห่ง นานยอรรถพล กล่าวว่า มี 5 แห่ง คือ ที่ กรุงเทพ 1 แห่ง ชลบุรี 2 แห่ง กาญจนบุรี 1 แห่ง และภูเก็ต 1 แห่ง ทั้งหมดจะต้องถูกตรวจสอบเรื่องมาตรการความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ดูแลใหม่ทั้งหมด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
