อธิบดีกรมปศุสัตว์ ยื่นฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณากับนายอัจฉริยะ

วันที่ 24 ต.ค. 66 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อยื่นฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณากับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จากกรณีที่ออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนกล่าวหาว่า มีส่วนพัวพันการทุจริตลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน

โดยอธิบดีระบุว่า เป็นการใช้สิทธิ์ทางศาล เพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนเองและปกป้องการทำงานของเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน จากกรณีที่มีการกล่าวหาว่า ตนและพวกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน ผ่านการให้ข่าวแก่สื่อมวลชนของนายอัจฉริยะ เป็นข้อมูลที่บิดเบือนไม่เป็นความจริง จึงมาฟ้องร้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีนายอัจฉริยะในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งมีตนเป็นโจทก์ร่วมกับนายสัตวแพทย์จิรภัทร อินทร์สุข หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรี รวมทั้งตนได้เรียกค่าเสียหายทางแพ่งจำนวน 5 ล้านบาท ส่วนของหัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรีเรียกค่าเสียหาย 3 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 8 ล้านบาท โดยหลังจากชนะคดี ตนจะนำค่าเสียหายจำนวนนี้ไปมอบเป็นทุนการศึกษาต่อไป ซึ่งศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567
อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตั้งแต่ที่ตนรับตำแหน่งอธิบดีเมื่อ 1 ตุลาคม 2565 ตนได้ดำเนินการปราบปรามและวางระบบแก้ไขปัญหาเรื่องการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนมาโดยตลอด โดยใช้มาตรการตั้งแต่ตรวจจับการนำเข้าผ่านทางสนามบินหรือตามท่าเรือต่าง ๆ และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เข้มงวดในการปราบปราบ ไม่เคยให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้กระทำความผิด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่ตนวางไว้ตั้งแต่แรกว่า ต้องป้องกันโรคระบาดที่มาจากการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ และการคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันมิให้นำหมูนำเข้าผิดกฎหมายมาใช้ในร้านอาหาร รวมทั้งปกป้องเกษตรกรปศุสัตว์ในประเทศ เนื่องจากหมูเถื่อนที่นำเข้ามาจะทำให้ระบบกลไกราคาและการผลิตในประเทศเสียหาย

ส่วนประเด็นที่นายอัจฉริยะกล่าวหาว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์ล่าช้าในการดำเนินคดีกับผู้ลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนตามกฎหมายปศุสัตว์ ทางอธิบดีกล่าวว่าไม่เป็นความจริงและเป็นการบิดเบือน ที่ผ่านมาตนก็ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบการตรวจพบการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนโดยเฉพาะที่ท่าเรือแหลมฉบัง แต่การดำเนินการทุกอย่างต้องมีความโปร่งใสและเป็นธรรมตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนประเด็นที่นายอัจฉริยะกล่าวหาว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์เดินทางไปรับเงินจากขบวนการนำเข้าหมูเถื่อนที่ประเทศสิงคโปร์นั้น ทางอธิบดีก็ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ยอมรับว่าเดินทางไปสิงคโปร์จริง แต่เป็นการเดินทางไปราชการเพื่อเจรจาด้านการเปิดตลาดปศุสัตว์กับรัฐบาลสิงคโปร์ มิใช่เดินทางไปรับเงินตามที่ถูกกล่าวหา
อธิบดีกรมปศุสัตว์ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า เป็นการกระทำอันเป็นการบิดเบือนข้อมูลไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน จนทำให้มีเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ถูกยิงเสียชีวิตในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะมาให้ข่าวหรือให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดเองถือว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ จะไม่มีการไกล่เกลี่ยหรือเจรจาใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนประเด็นที่นายอัจฉริยะได้แจ้งความกับตำรวจปปเพื่อดำเนินคดีกับตนนั้น ตนไม่หนักใจแต่อย่างใด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
