หนุ่มราชบุรีร้องนายทุนรุกที่ สปก. ทำพ่อแม่เครียดจัดดับ 2 ศพ

หนุ่มร้องสื่อถูกนายทุนใหญ่กว้านซื้อที่เชิงเขา บุกรุกที่ดิน สปก. ทำกินมานานกว่า 30 ปี รื้อถอนหลักเขตหลวง-ไถทิ้งสวนขนุนหายเกลี้ยงเกือบ 20 ไร่ ซ้ำล้อมรั้วลวดหนามปิดทางเข้าออก ลั่นท้าชาวบ้านอยากได้คืนให้ไปฟ้องเอาเอง เผยปมสุดช้ำทำแม่เครียดหนักเส้นเลือดสมองแตกดับ พ่อเครียดจัดผูกคอตายตาม ร้องศูนย์ดำรงธรรม-หน่วยงานรัฐเรื่องกลับเงียบกริบ แถมตอนสื่อลงพื้นที่มีชายปริศนาโผล่แอบอัดคลิปคุกคาม
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ว่ากำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสและไม่ได้รับความเป็นธรรม จากกรณีถูกนายทุนนอกพื้นที่เข้ามาบุกรุกแย่งชิงที่ดินทำกินที่มีเอกสารสิทธิ์และครอบครองทำประโยชน์มานานกว่า 30 ปี จนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมภายในครอบครัว มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย จึงเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยได้พบกับ นายชิดชัย ขุนสอาดศรี อายุ 48 ปี หนึ่งในชาวบ้านผู้เสียหายที่ถือเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินจำนวน 18 ไร่ ได้นำหลักฐานพาสื่อมวลชนเดินสำรวจพื้นที่ความเสียหาย พร้อมเล่าว่า ที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) และอยู่ในระหว่างขั้นตอนการยื่นขอออกโฉนด โดยครอบครัวตนและเพื่อนบ้านอีก 2 ราย ได้ร่วมกันทำประโยชน์ปลูกต้นขนุนเกือบ 400 ต้น และไร่สับปะรดมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่

นายชิดชัย เปิดเผยชนวนเหตุว่า เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2568 ได้มีนายทุนเข้ามาซื้อที่ดินบริเวณเชิงเขาซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับที่ดินของพวกตน ในวันที่มีการรังวัดตนและเพื่อนบ้านก็ได้ร่วมกันไปชี้แนวเขตของตนเองไว้อย่างชัดเจน แต่ต่อมาช่วงต้นปี 2569 จู่ๆ นายทุนรายดังกล่าวได้นำเครื่องจักรกลหนัก ทั้งรถแบคโฮและรถไถ บุกรุกเข้ามาไถปรับพื้นที่เชิงเขาจนโล่งเตียนเพื่อเตรียมสร้างรีสอร์ทหรือโรงแรม พร้อมทั้งแอบถอนหลักเขต สปก. ของหลวงทิ้ง รื้อทำลายต้นขนุนและไร่สับปะรดของตนและเพื่อนบ้านเสียหายย่อยยับ กินพื้นที่รวมกันเกือบ 20 ไร่ มิหนำซ้ำยังทำตัวเหนือกฎหมายด้วยการล้อมรั้วลวดหนามปิดกั้นเส้นทางเข้าออกเดิมของชาวบ้าน พร้อมติดป้ายประกาศเป็นสถานที่ส่วนบุคคลห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ซึ่งเมื่อตนและผู้ใหญ่บ้านเข้าไปเจรจาให้หยุด บุกรุก กลับถูกนายทุนพูดจาท้าทายให้ชาวบ้านไปฟ้องร้องต่อศาลเอาเอง

จากพฤติกรรมข่มขู่ดังกล่าว ตนจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ปากท่อ แจ้งเรื่องที่ อบต.ยางหัก ตลอดจนเดินทางไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอปากท่อ และสำนักงาน สปก. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังแล้วยืนยันชัดเจนว่าพวกตนถูกนายทุนบุกรุกจริง แต่สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดกลับเงียบหายไม่มีความคืบหน้า จนนายทุนย่ามใจรุกคืบเข้ามาเรื่อยๆ ส่งผลให้มารดาของตนเกิดอาการเครียดจัดอย่างรุนแรงจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต และหลังจากนั้นเพียง 1 เดือน บิดาก็ทนความเครียดไม่ไหวที่ต้องสูญเสียที่ดินทำกินผืนสุดท้ายในชีวิตที่สร้างมากับมือ จึงตัดสินใจผูกคอตายตามมารดาไปอีกคน วันนี้ตนจึงต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน วอนขอให้หน่วยงานระดับสูงลงมาช่วยเหลือตรวจสอบพฤติกรรมนายทุนรายนี้อย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ทำข่าว ได้มีกลุ่มบุคคลปริศนาคาดว่าเป็นคนของนายทุน เดินออกมาคอยจับตาและใช้โทรศัพท์มือถือแอบบันทึกภาพผู้เสียหายและผู้สื่อข่าวอยู่ตลอดเวลาเพื่อเป็นการกดดันคุกคามอีกด้วย
(รายงานข่าวโดย ปรีชา / ราชบุรี)
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
