สืบ ตม.3 รวบแก๊งเงินกู้เวียดนามปล่อยออนไลน์ข้ามชาติโขกดอกเบี้ยสูงลิ่ว


จากการตรวจสอบ พบชายชาวเวียดนาม 7 คน อายุระหว่าง 21- 40 ปี กำลังนั่งทำงานออนไลน์ภายในห้องพัก พบของกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 7 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 29 เครื่อง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก โดยคอมพิวเตอร์มีลักษณะโปรแกรมไอคลาวด์ และโปรแกรมการสื่อสารทางโซเชียลฯ สื่อสารที่มีลักษณะเป็นการเข้ารหัสสามารถควบคุมข้อมูลบุคคลผู้อื่น จากการซักถาม ทั้ง 7 คน ยอมรับ ทำหน้าที่เป็นแอดมินในการปล่อยเงินกู้ให้กับชาวเวียดนามในประเทศเวียดนาม โดยโฆษณาชักชวนให้กู้เงินบนเฟสบุ๊ก และควบคุมโทรศัพท์ของลูกค้า ผ่านไอคลาวด์

โดยใช้บัญชีที่ผู้ให้กู้สร้างขึ้นเอง กรณีลูกหนี้ผิดนัดชำระ ไม่ยอมคืนเงินตามที่กำหนด จะล็อกระบบไอคลาวด์เครื่องไอโฟนของลูกค้า ทำให้ไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวมีโทษรุนแรงในประเทศเวียดนาม และปัจจุบันมีการปราบปรามกันอยู่ กลุ่มขบวนการเหล่านี้จึงได้แอบมาลักลอบเข้ามาทำในประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางชุดสืบสวนแจ้งว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องขยายผลจากการจับกุมเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2566 ซึ่งมีการจับกุมกลุ่มขบวนการและความผิดในลักษณะเดียวกัน และได้ประสานข้อมูลกับทางการเวียดนามอย่างต่อเนื่องจนทำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้

พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวนี้ทางการเวียดนามได้ทลายเครือข่ายปล่อยเงินกู้นอกระบบข้ามชาติ โดยใช้วิธีการให้กู้ยืมเงินผ่านบัญชี iCloud บนโทรศัพท์มือถือ จากการตรวจสอบมีผู้ร่วมขบวนการหลายร้อยคน โดยได้รับค่าตอบแทน 15% ถึง 20% ของยอดเงินกู้ ซึ่งทางการเวียดนามได้จับกุมผู้กระทำความผิดกว่า 40 ราย ยึดของกลางคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ตลอดจนทรัพย์สินและอุปกรณ์อื่นๆ อีกจำนวนมาก พร้อมทั้งอายัดบัญชีธนาคาร 23 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยมูลค่าความเสียหายกว่า 400 พันล้านดอง มีผู้เสียหายกว่า 100,000 รายทั่วประเทศ และอัตราดอกเบี้ยสูงสุดถึง 9,700 ดองต่อวัน (เทียบเท่ากับ 349.8% ต่อปี) โดยกรณีนี้เป็นความผิดเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ในประเทศเวียดนามมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูง 5 ปี ปรับกว่า 200,000 บาท

เบื้องต้นชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้ง 7 ว่าเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย (เป็นอั้งยี่) และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือทำงานนอกเหนือสิทธิที่จะทำได้ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการจับกุม และหลังจากดำเนินคดีในชั้นศาลแล้วผู้ถูกจับจะต้องถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ถูกบันทึกเป็นบุคคลต้องห้าม หรือ blacklist ห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง และหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุคคลต่างด้าว กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
