สำนักสงฆ์ป่านะฤาชายันใช้หลักคำสอนตามศาสนา ไม่มีการฝึกหู-ตาทิพย์

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 จากกรณีเพจดังร้องตรวจสอบลัทธิประหลาดสำนักสงฆ์ป่าสิริจันทร์ ฝึกเรียนหูทิพย์-ตาทิพย์ โดยใช้ศพในพื้นที่ ต.สลกบาตร อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร พร้อมกับเตรียมบุกพิสูจน์พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้น เจ้าหน้าที่ พฐ.พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องได้เดินทางเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว โดยมีการขุดเจอ 12 ศพ จึงเก็บ DNA พิสูจน์อัตลักษณ์ พร้อมทำกาการเคลื่อนย้ายศพออกมาไว้ที่สุสาน เพื่อประสานญาติรับไปบำเพ็ญกุศลดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น โดยมีการพูดถึงกันเป็นวงกว้างและมีการกล่าวพาดพิงไปยังสำนักสงฆ์หลายแห่งเป็นสาขาของวิชานี้โดยหนึ่งในสาขาที่กล่าวถึงก็เป็นที่จังหวัดสระบุรี





ล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงไปยังพื้นที่ ที่พักสงฆ์ป่านะฤาชา 119 หมู่ 6 บ้านหนองแหน ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยได้พบกับ พระพุทธ สาโร อายุ 31 ปี ผู้ช่วยฝึกดูแลญาติธรรม ได้พาผู้สื่อข่าวดูบรรยากาศภายในสำนักสงฆ์ โดยบอกว่าภายในสำนักสงฆ์แห่งนี้มีพระสงฆ์เข้ามาปฏิบัติธรรมประมาณ 26 รูป แม่ชี 15 คนส่วนแนวทางการฝึกหู ตาทิพย์ หรือวิธีแปลกๆแบบที่เป็นข่าวนั้น ทางสำนักสงฆ์แห่งนี้ไม่ได้มีการฝึกแบบนั้น พระพุทธ สาโร กล่าวเสริมว่าการปฏิบัติธรรมในสถานปฏิบัติธรรมป่านะฤาชา โดยจะฝึกในรูปแบบของ สสิประธาน4 การฝึกด้วยวิปัสสนา ซึ่งการปฏิบัติธรรมของทางสำนักจะมีพ่อ แม่ ครูบาอาจารย์อยู่ที่วัดมหาธาตุ ซึ่งการฝึกของเราเป็นไปเพื่อการที่ให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้หลั่งไหลเข้ามาในการฝึกของเราตรงกับหลักคำสั่งสอน คอการนำวิปัสสนามาใช้ได้ทั้งทางโลก และทางธรรม โดยการฝึกจะใช้รูปนาม การกำหนดรูปนามคือการเดินจงกลม นั่งสมาธิ การฝึกของเราจะให้ใช้สติเพิ่มพูนในเรื่องของปัญญา ซึ่งตรงกับหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสำพุทธเจ้า ซึ่งบัญญัติไว้ว่า การฝึกในรูปแบบวิปัสสนาญาณเท่านั้นจึงจะนำพาเราเข้าสู่ มรรคผลปณิภาณได้ ซึ่งการฝึกในสำนักนั้นเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือคนที่หลั่งไหลเข้ามา หากมีทุกข์เราก็จะได้มีการที่ได้อยู่กับตัวของเราเอง ซึ่งหลายคนที่เข้ามานั้นบางคนก็เป็นโรคซึมเศร้า รวมถึงบางคนก็เคยที่จะคิดฆ่าตัวตายซึ่งการปฏิบัติแบบองค์พระสัมมาสำพุทธเจ้านั้นประเสริฐและให้ผลได้จริง ซึ่งการฝึกการปฏิบัติของทางสำนักฯนั้นสามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งการฝึกของทางสำนักฯคือการกำหนดรูปและนาม การใช้รูปนามในการฝึก แล้วฝึกไปในทางวิปัสสนาญาณ 16 คือท่านเจ้าคุณโชดก จากวัดมหาธาตุ




ส่วนที่ว่ามีการฝึกแบบตาทิพย์ หูทิพย์นั้น ทางพระพุทธ เผยว่าในพระสูตรหรือในการเรียนหลักธรรมที่แท้จริง การฝึกตาทิพย์ หูทิพย์ ในความเห็นของตนเองนั้น ซึ่งตนเองก็ได้ศึกษาในพระไตรปิฎกมาบ้างเล็กๆน้อยๆเพื่อเป็นการสอดคล้องกับการปฏิบัติธรรมของตนเองเพื่อเรียนเพื่อรู้ คือหูทิพย์ ตาทิพย์ หรือทิพยจักขุ ในพระไตรปิฎก ได้บัญญัติไว้ว่าอยู่ในเรื่องของอภิญญา อภิญญาญาณก็ดี จะข้อ1 ข้อ2 จะเป็นในเรืองของหูทิพย์ ตาทิพย์ก็ดี ซึ่งตนเองไม่เคยฝึก ส่วนในเรื่องของความคิดเห็นนั้นตนเองมองว่า เป็นการฝึกของในแต่ละสถานที่ ซึ่งถ้าเป็นตัวของตนเองก็ยังไม่เคยฝึก จึงไม่สามารถให้ความรู้ในเรื่องนี้มากยังไม่ได้ แต่เท่าที่ศึกษามาในตำราก็มีในเรื่องของ อภิญญา ต้องฝึกไปด้วยครูบาอาจารย์ของเขาตามที่ฝึกตนเองก็ทราบเพียงเท่านี้ ส่วนในเรื่องอสุภกรรมฐาน คือการนั่งกับศพ ก็มีอยู่ในหลักธรรมคำสั่งสอนคือ 40 กองในกรรมฐาน เป็นไปเพื่อรู้เพื่อละ เพื่อได้เห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป อันนี้อย่างแน่นอนเป็นหลักเลยในการฝึกกรรมฐานในกองนี้ก็สามารถที่จะฝึกได้ ขึ้นอยู่กับความชอบของคนที่จะเดินเรื่องราวในชีวิตหรือการใช้ชีวิตของเรา บางท่านอาจจะยึดติดในความสวยงามในรูปก็สามารถพิจารณาอสุภ เพื่อเป็นประโยชน์โดยการที่ละ วางและตรงกับหลักธรรมคำสั่งสอนคือไม่ให้ยึดติดกับสิ่งได

ส่วนในเรื่องการปฏิบัติธรรมอยู่กับศพ ตนเองมองว่าถ้าเป็นไปในรูแบบของผู้ที่ใฝ่ในเรื่องของราคะ กามคุณต่างๆที่หนักไปทางนั้น ตนเองมองว่าเป็นประโยชน์ แต่ในประโยชน์นั้นคนจะมาหวังว่าจะได้อะไรกับการฝึกศพนั้น ตนมองว่ามีแต่การสละ ละวาง ผลของการได้เป็นการที่เราจะละตัว ละตนออก เพราะว่าคือการสอนในอสุภ เป็นไปเพื่อให้เราได้รู้แจ้งในเรื่องของทุกๆคนไม่ว่าจะฝึกในสิ่งได ก็ล้วนแต่จะต้องตายจากโลกนี้ ยิ่งบงชัดให้เห็นถึงการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ในสังขารของเราที่มันไม่เที่ยง ซึ่งก็ตรงกับหลักธรรมคำสอนอย่างยิ่งเลยว่า ไม่ให้ยึดในขัน 5 หรือในรูปของเหล่า
////ภาพข่าว/////ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ จังหวัดสระบุรี////โทร 0654348988
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
