สาวสุรินทร์แฉรพ.ดังโคราชลืมผ้าก๊อซค้างในช่องคลอดเหยื่อสะเทือนใจไร้คำขอโทษจากหมอเลือดพุ่งต้องแอดมิตซ้ำ
z-z711356121172.webp)
สาวสุรินทร์วัย 35 ปี ย้ายตามสามีอยู่นครราชสีมา เข้ารับการตัดชิ้นเนื้อตรวจมะเร็งปากมดลูกหลังคลอด รพ.ดังโคราช สุดช็อกพยาบาลดึงผ้าก๊อซออกไม่หมด เหลือค้างในช่องคลอดอีก 1 ชิ้น โดนดึงไปมาจนต้องย้าย รพ. เอาออก เลือดไหลทักไม่หยุด ต้องแอดมิตซ้ำ! เจ้าตัวตัดพ้อสะเทือนใจ ไร้คำขอโทษโดยตรงจากแพทย์ผู้รักษา หวั่นส่งผลกระทบระยะยาว ใครจะช่วยดูแลลูกน้อย
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยเรื่องราวอุทาหรณ์ทางการแพทย์ชวนผวา จาก น.ส.สุนิสา (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวอำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งปัจจุบันย้ายมาอาศัยกับสามีที่จังหวัดนครราชสีมา หลังเข้ารับการทำหัตถการตัดชิ้นเนื้อบริเวณปากมดลูกเพื่อตรวจหามะเร็งหลังคลอด ณ โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา แต่กลับถูกแพทย์และเจ้าหน้าที่ลืมผ้าก๊อซค้างไว้ในช่องคลอด แถมไร้คำขอโทษโดยตรงจากแพทย์ผู้รับผิดชอบ

น.ส.สุนิสา เล่าว่า ตนเองคลอดบุตรสาวที่โรงพยาบาลดังกล่าวตั้งแต่มกราคม ปี 2565 ต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ได้เดินทางไปตรวจตามนัดหลังคลอด โดยแพทย์แนะนำให้ตัดชิ้นเนื้อปากมดลูกไปตรวจหามะเร็ง หลังทำหัตถการเสร็จแพทย์ได้ใช้ผ้าก๊อซใส่กดห้ามเลือดไว้ในช่องคลอด กระทั่งวันที่ 22 สิงหาคม ถึงกำหนดออกจากโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ได้ทำการดึงผ้าก๊อซออก แต่กลับดึงออกเพียงชิ้นเดียวและเหลือค้างไว้ข้างในอีก 1 ชิ้น จนกระทั่งช่วงบ่ายวันเดียวกัน โรงพยาบาลได้โทรศัพท์มาแจ้งว่ามีผ้าก๊อซตกค้าง นัดให้มาเอาออกในบ่ายวันที่ 23 สิงหาคม แต่พอไปถึงพยาบาลกลับแจ้งว่าแพทย์ติดภารกิจผ่าตัดด่วนให้มาใหม่วันถัดไป
ต่อมาเช้าวันที่ 24 สิงหาคม น.ส.สุนิสา จึงเดินทางไปตามนัดที่แผนกผู้ป่วยนอกสูตินรีเวช แต่นั่งรอคิวเวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงโดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งขั้นตอนใดๆ ด้วยความวิตกกังวล ตนจึงตัดสินใจย้ายไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลอีกแห่งเพื่อนำผ้าก๊อซออกทันที ซึ่งหลังดึงผ้าก๊อซที่เหลือออก พบว่ามีเลือดไหลทะลักออกมาเป็นจำนวนมาก จนต้องเดินทางกลับมารักษาสมทบตามสิทธิ์และแอดมิตนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเดิมอีกครั้ง
น.ส.สุนิสา ระบุด้วยความเสียใจและสะเทือนใจว่า ตนเองมีอาชีพเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกเต็มตัว สิ่งที่เสียความรู้สึกมากที่สุดคือตลอดระยะเวลาเกิดเหตุ ไม่เคยได้รับคำขอโทษจากแพทย์ผู้ทำหัตถการเลยแม้แต่คำเดียว มีเพียงบุคลากรท่านอื่นมาแสดงความเสียใจแทนและเสนอห้องพักพิเศษให้ ขณะนี้ตนยังมีเลือดไหลออกจากช่องคลอดไม่หยุด รู้สึกหวาดกลัวว่าหากเป็นอะไรไปจะไม่มีใครดูแลลูกสาว เหตุการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานความปลอดภัยและการเยียวยาจิตใจผู้ป่วยของโรงพยาบาลอย่างหนักในขณะนี้
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
