005

005

มืดแปดด้านหลงกลเสน่ห์ทิพย์! สาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง หอบหลักฐานซบ "สายไหมต้องรอด" แฉถูกเพจหมอดูชื่อดังตุ๋นทำพิธีแก้กรรม-ส่งน้ำมันพรายข้ามประเทศ หลอกโอนเงินถลุงทรัพย์กว่า 40 ล้านบาทในเวลา 3-4 ปี จนหนี้ท่วมหัวคิดสั้นจบชีวิต ซ้ำร้ายหอบเรื่องแจ้งความ สน.ประเวศ อ้างเจอตลบหลังรีดค่าทำคดีซ้ำอีกนับแสนบาท เรื่องเงียบจนต้องร้องสื่อช่วยลากคอขบวนการพานครู

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร หญิงสาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง วัย 30 ปี เดินทางนำหลักฐานสเตทเม้นท์การโอนเงินและแชตสนทนาเข้าร้องเรียนต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรม หลังตกเป็นเหยื่อขบวนการหมอดูออนไลน์หลอกทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ สูญเงินสะสมไปมากกว่า 40 ล้านบาท ซ้ำร้ายเมื่อเข้าพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับอ้างว่าถูกเรียกรับเงินอ้างเป็นค่าดำเนินคดีซ้ำเติมอีกนับแสนบาท

นางสาว โฮ (นามสมมุติ) ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนเองประกอบอาชีพพนักงานบริษัทอยู่ที่ประเทศฮ่องกง ที่ผ่านมาประสบปัญหาชีวิตคู่ระหองระแหง จึงได้ติดต่อดูดวงกับเพจหมอดูชื่อดังเพจหนึ่งในเฟซบุ๊ก ก่อนจะย้ายไปพูดคุยผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งหมอดูรายนี้ทายทักเรื่องราวชีวิตตนได้อย่างแม่นยำ รวมถึงทายวันตายของญาติซึ่งต่อมาเกิดขึ้นจริง ทำให้ตนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างสนิทใจ จากนั้นหมอดูได้ส่ง "น้ำมันพราย" จากประเทศไทยไปให้ตนใช้ที่ฮ่องกงพร้อมแนะให้อาบน้ำมันพรายเพื่อเรียกคนรักกลับมา แต่เมื่อตนอาบกลับฝันเห็นสัมภเวสีทุกคืน ยิ่งทำให้ตนหวาดกลัวและเชื่อมั่นในตัวอาจารย์คนนี้มากขึ้น

หลังจากนั้น ขบวนการหมอดูเริ่มปรับเปลี่ยนอุบายอ้างว่าตนดวงตก "ผิดครู" ต้องโอนเงินทำพิธีแก้กรรมและสะเดาะเคราะห์ใหญ่ หากไม่ทำชีวิตจะวิบัติ เป็นโรคร้าย หรือถึงขั้นเสียชีวิต โดยมักใช้คำพูดข่มขู่ขืนใจให้หวาดกลัว ตนเครียดจัดจนต้องโอนเงินให้แทบทุกวัน ครั้งละหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน และบางพิธีพุ่งสูงถึง 1 ล้านบาท จนเงินเก็บ 2-3 ล้านบาทหมดเกลี้ยง ต้องไปกู้ยืมธนาคารและหยิบยืมเงินจากญาติและเพื่อนสนิทมารวมกว่า 40 ล้านบาท หนหนีบภาระหนี้สินมหาศาลจนเคยคิดสั้นจบชีวิตตัวเองหลายครั้ง ทว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมา ตนได้ไปทำบัตรประชาชนใบใหม่ รู้สึกเหมือน "ฟ้าเปิด" ได้สติกลับคืนมา จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและพยายามยุติการติดต่อ ซึ่งตลอดระยะเวลา 3-4 ปี ตนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารรวม 5 บัญชี ที่หมออู้อ้างว่าเป็น "บัญชีพานครู" และไม่เคยได้พบหน้าตัวอาจารย์ผู้ทำพิธีเลยแม้แต่ครั้งเดียว

นางสาว โฮ กล่าวต่อว่า หลังได้สติได้เดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สถานีตำรวจนครบาลประเวศ (สน.ประเวศ) แต่กลับอ้างว่าถูกบุคคลที่แนะนำให้พบตำรวจ เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายนอกระบบ ทั้งค่าพิมพ์เอกสารสำนวน ค่าติดตามคดี และค่าประสานงาน รวมเป็นเงินเกือบ 130,000 บาท ทว่าคดีกลับไม่มีความคืบหน้า ทรัพย์สินไม่ได้คืน จึงต้องมาร้องเรียนที่นี่ ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ระบุว่า คดีนี้เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอย่างชัดเจน เตรียมประสานตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบเส้นทางการเงินและอายัด 5 บัญชีพานครู พร้อมจี้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการเรียกรับเงินทำคดี หากพบข้าราชการหรือบุคคลใดแอบอ้างรีดทรัพย์ผู้เสียหายซ้ำซ้อน จะต้องถูกลงทัณฑ์ทางวินัยและอาญาขั้นเด็ดขาด

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888