สั่งปิดท่องเที่ยวห้วยขาแข้ง!ระดมทีมจับเสือไม่เกิน 5 ตัวนำดีเอ็นเอตรวจพิสูจน์คดีทำร้ายเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ายกระดับ 5 มาตรการรับมือเสือ

"อรรถพล เจริญชันษา" อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งปิดท่องเที่ยวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งชั่วคราว พร้อมตั้งการ์ดสูงสั่งติดไฟส่องสว่าง-เพิ่มเฝ้าระวังจุดเสี่ยง หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญเสือโคร่งจู่โจมทำร้าย "นายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์" เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเสียชีวิต เผยส่งผู้แทนร่วมงานสวดอภิธรรมวัดโป่งสามสิบ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว ขณะที่ทีมวิจัย Tiger Project เผยพฤติการณ์สุดแปลก เสือใช้เส้นทางผ่านประจำ แต่มนุษย์ไม่ใช่เหยื่อธรรมชาติ เร่งเก็บ DNA ระบุตัวเสือดาวร้ายกันก่อเหตุซ้ำ!
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยความคืบหน้าการยกระดับมาตรการความปลอดภัยและกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณี นายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ถูกเสือโคร่งทำร้ายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยภายหลังจากได้รับรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจาก นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) จึงได้สั่งการยกระดับ 5 มาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำรอย ได้แก่
1.ปิดการท่องเที่ยว ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นการชั่วคราว
2.เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และยกระดับการตรวจตราบริเวณสำนักงาน หน่วยพิทักษ์ป่า และพื้นที่ปฏิบัติงานทุกจุด
3.ติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติม ในจุดเสี่ยงเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เจ้าหน้าที่ในยามค่ำคืน
4.สร้างความร่วมมือกับชุมชน เร่งประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่โดยรอบร่วมกันเฝ้าระวัง
5.ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสนับสนุนการปฏิบัติงานตามความจำเป็น
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ารวบรวมทีมผู้เชี่ยวชาญ เร่งเข้าจับเสือโคร่งในพื้นที่ป่าเกิดเหตุซึ่งคาดว่ามีไม่เกิน 5 ตัว เพื่อนำตัวอย่างดีเอ็นเอ (DNA) ไปเปรียบเทียบกับขนและหลักฐานทางชีวภาพในจุดเกิดเหตุตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อระบุตัวเสือที่ก่อเหตุให้ได้อย่างถูกต้อง ก่อนดำเนินมาตรการทางวิชาการต่อไป เนื่องจากธรรมชาติของเสือโคร่งจะหลีกเลี่ยงมนุษย์ หากปล่อยให้เสือเกิดพฤติกรรมคุ้นเคยกับการทำร้ายคน อาจกลับมาก่อเหตุซ้ำและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
นายอรรถพล ระบุเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์เสือโคร่งทำร้ายคนนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเกือบ 30 ปี โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2541 ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งครั้งนั้นผู้บาดเจ็บได้รับการช่วยเหลือทัน แต่ครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 เป็นผู้แทนกรมอุทยานฯ เข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมของนายศักดิ์กรินทร์ ณ วัดโป่งสามสิบ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิการฯ แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ทางด้านนักวิจัยจากโครงการ Thailand Tiger Project DNP ซึ่งได้ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นอาคารเปิดโล่งที่เจ้าหน้าที่ใช้พักผ่อน ซึ่งตรวจพบว่ามีร่องรอยเสือโคร่งใช้เป็นเส้นทางสัญจรเป็นประจำอยู่แล้ว โดยหลังเกิดเหตุพบเส้นขนเสือบริเวณที่นอน และพบมุ้งเปื้อนเลือดห่างจากตัวอาคารประมาณ 15 เมตร แต่เป็นน่าสังเกตว่าไม่พบร่องรอยเลือดบริเวณที่นอนหรือตามเส้นทางเคลื่อนย้ายร่างแต่อย่างใด
นักวิจัยกล่าวย้ำว่า จากการติดตามพฤติกรรมเสือโคร่งมาอย่างยาวนาน เสือตามธรรมชาติจะหลีกเลี่ยงมนุษย์ที่มีการเคลื่อนไหว การกระทำในครั้งนี้จึงถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดไปจากธรรมชาติอย่างมาก และยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ ต้องรอผลการชันสูตรและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการมาประกอบการวิเคราะห์ พร้อมยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่พฤติกรรมปกติของเสือโคร่งที่ออกล่ามนุษย์เป็นอาหาร แต่อย่างใด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
