44444

44444

กางหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์มัดแน่น! ศาลอาญากรุงเทพใต้ออกคำสั่งเด็ดขาด พิพากษา "ประหารชีวิตสถานเดียว" แก่งอุยกูร์ "อาเด็ม-ยูซุฟู" 2 จำเลยคดีวินาศกรรมระเบิดศาลท้าวมหาพรหมแยกราชประสงค์ ปี 58 ดัดหลังกลโกงโจร แฉไส้ในโมเดลระเบิดเป้สีเหลืองสับเปลี่ยนเสื้อผ้าสวนลุมฯ พบพยานบุคคล 12 ปากเบิกความสอดคล้องไร้พิรุธ ชี้คราบลายนิ้วมือแฝง-รอยฝ่ามือคาห้องพักพูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ พ่วงระบบไอทีเช็กประวัติสัญญาณมือถือมัดตัวแน่นหนา สั่งร่วมชดใช้ทุนหลวงพังยับ 1.5 ล้านบาท ขณะที่ทีมทนายความกางตารางยื่นคำขาดลุยสู้ชั้นอุทธรณ์ ปมทำร้ายร่างกายบีบบังคับรับสารภาพและพิรุธเรื่องล่ามสากล

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้จัดตั้งตารางนัดอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญระดับชาติ คดีหมายเลขดำที่โอนย้ายสารระบบมาจากศาลทหารกรุงเทพฯ โดยพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอาเด็ม คาราดั๊ก (หรือ นายบิลาล โมฮำเหม็ด) จำเลยที่ 1 และ นายไมไรลี ยูซูฟู จำเลยที่ 2 สองผู้ต้องหาชาติพันธุ์อุยกูร์ ในฐานความผิดร้ายแรงร่วมกันก่อเหตุวินาศกรรมลอบวางระเบิดแสวงเครื่องถล่มศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 20 ศพ และบาดเจ็บเลือดนองกว่า 126 ราย

ชำแหละคลังพยานหลักฐานมัดแน่น 3 ด้าน ดัดหลังข้อต่อสู้โจร

ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นกางพยานวัตถุและนิติวิทยาศาสตร์คัดกรองเหตุผลการลงโทษทมิฬ ปราศจากข้อสงสัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนี้:

1. พยานบุคคลและภาพวงจรปิด (CCTV) ไร้พิรุธ: โจทก์มีพยานบุคคลสำคัญ 12 ปาก เบิกความสอดคล้องต้องกัน ยืนยันพฤติการณ์ก่อนและหลังเกิดเหตุ โดยมี พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ (ยศในขณะนั้น) แฉแผนประทุษกรรมตรวจภาพกล้องวงจรปิด พบ ชายเสื้อสีเหลือง (จำเลยที่ 1) นั่งรถสามล้อรับจ้างมาลงข้างโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ก่อนนำกระเป๋าเป้ซุกระเบิดไปวางทิ้งไว้บนม้านั่งหน้าศาลท้าวมหาพรหม วินาทีต่อมาสับหลีกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็น "เสื้อสีเทา" ในห้องน้ำสวนลุมพินี ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพอัตลักษณ์บุคคลและพบเสื้อของกลางตัวดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ในห้องพักตรงกัน โดยมีพยานคนขับรถแท็กซี่และรถสามล้อชี้ยืนยันตัวชัดเจน นอกจากนี้ยังมีภาพ ชายเสื้อสีม่วง (จำเลยที่ 2) ร่วมเดินทางเท้าส่งมอบสิ่งของคลังระเบิดให้กันที่สถานีรถไฟหัวลำโพง

2. ลายนิ้วมือแฝงและพยานวัตถุยุทธภัณฑ์: เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ บุกเอ็กซเรย์ตรวจค้นห้องพักหมายเลข 412 และ 414 พูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ พบคราบสารเคมี ฝักแคระเบิด และผงอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ประกอบระเบิดสากล สแกนทางชีวภาพพบ "ลายนิ้วมือแฝงและรอยฝ่ามือแฝงมีจุดลักษณะพิเศษตรงกับจำเลยทั้งสองคนร้อยเปอร์เซ็นต์" พ่วงคำให้การพยานบุคคลอีก 3 ปากที่ยืนยันว่าจำเลยที่ 2 เป็นมาเดินเท้าซื้อสารเคมีเหล่านี้จริง

3. ข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์ทางระบบไอที: สารระบบข้อมูลการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบุชัดเจนว่า จำเลยทั้งสองรายมีการเปิดสัญญาณใช้มือถือติดต่อสื่อสารพิกัดภูมิศาสตร์ผูกโยงกันตลอดช่วงเวลาก่อนและหลังเกิดเหตุระเบิดวินาศภัย

ศาลพิเคราะห์ว่า ข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองที่อ้างฐานที่อยู่ใหม่และอ้างว่าถูกข้าราชการทหารบีบบังคับทรมานร่างกายในเรือนจำทหาร เป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอย ๆ ในชั้นพิจารณา ไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างคลังพยานโจทก์ได้

กางตารางบทลงโทษขั้นสูงสุดและยอดเงินชดใช้ทุนหลวง

ศาลพิพากษาแยกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นบทลงโทษกฎหมายที่หนักที่สุด "ยื่นคำขาดให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองคนสถานเดียว และปรับเงินสดคนละ 1,000 บาท" ส่วนฐานความผิดร่วมกันครอบครองวัตถุระเบิดและยุทธภัณฑ์สั่งจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 5 ปี และสั่งจำคุกจำเลยที่ 1 เพิ่มอีก 1 ปีฐานเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้วไม่อาจนำโทษจำคุกมารวมได้อีก) ในส่วนของคดีท่าเรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส ศาลสั่ง "ยกฟ้อง" เนื่องจากยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

นอกจากนี้ ศาลกางตารางคำสั่งบังคับคดีให้จำเลยทั้งสองร่วมกันเปย์เงินสดชดใช้ค่าเสียหายและราคาทรัพย์สินให้แก่หน่วยงานข้าราชการหลวง ยอดรวมคลังเงินสดกว่า 1,505,000 บาท (1.5 ล้านบาท) แยกเป็น:

1.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.): จำนวน 16,000 บาท

2.โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: จำนวน 364,500 บาท

3.กรุงเทพมหานคร (กทม.): จำนวน 530,000 บาท

4.สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส. กทม.): จำนวน 594,471 บาท

5.ทีมทนายความยื่นคำขาดอุทธรณ์คดี กางปมพิรุธเรื่องล่ามสากล

ภายหลังฟังคำตัดสิน นายไมไรลี ยูซูฟู จำเลยที่ 2 เกิดอารมณ์ดิบฟิวส์ขาด ตะโกนลั่นห้องพิจารณาคดีเป็นภาษาไทยประจานระบบว่า “ขอไว้อาลัยให้กับความยุติธรรมของประเทศไทย” ปฏิเสธหลักฐานไอทีซิมมือถือค้านสายตา ด้านนายชูชาติ กันภัย และนายจำเริญ พนมภคากร ทีมทนายความส่วนตัวของจำเลยทั้งสอง ยื่นคำขาดเตรียมจัดตั้งตารางยื่นอุทธรณ์คดีความมั่นคงนี้ต่อสากลโลกแน่นอน เผยระบบศาลทหารกักขังเดิมทำให้จำเลยไม่สามารถแจ้งความร้องทุกข์ปมโดนซ้อมทรมานได้ และเตรียมกางหลักฐานหักล้างเรื่อง "ความน่าเชื่อถือของล่ามแปลภาษา" แฉล่ามแปลเอกสาร 20 หน้ากวาดเวลาคลาดเคลื่อน และกรณีรูปถ่ายพาสปอร์ตของนายอาเด็มที่โครงสร้างทางกายภาพใบหน้าต่างจากตัวจริงอย่างเด่นชัด ลั่นระบบกระบวนการยุติธรรมยังเหลืออีก 2 ศาล พร้อมสู้ตรงไปตรงมาตามสิทธิ์สิทธิมนุษยชนสากลต่อไป

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888