ข่าวเจาะลึก1(10)
ข่าวเจาะลึก 1 (10)

ทนายดัง “เกิดผล แก้วเกิด” ออกโรงฟันธงข้อกฎหมายชัดเจน! กรณีดราม่า “ยิงโจรในบ้าน” ยันกฎหมายไทยไม่ได้ห้ามและให้สิทธิ์ประชาชนปกป้องชีวิต-ทรัพย์สินของตนเองได้เต็มที่ ชี้เงื่อนไขสำคัญต้องทำ “สมควรแก่เหตุ” ลั่นปืนไม่ใช่จำเลยของสังคม วอนรัฐบาลแก้ปัญหาให้ตรงจุดเลิกริบสิทธิ์ป้องกันตัว แนะเร่งกวาดล้างอาชญากรและยาเสพติดให้เด็ดขาดดีกว่าบีบบังคับประชาชน

วันที่ 12 สิงหาคม 2569 จากกรณีที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในสังคม ภายหลังจากที่มีแนวคิดและสัญญาณจากฝ่ายบริหารเกี่ยวกับการคุมเข้มมาตรการอาวุธปืน รวมถึงกระแสข่าวที่สร้างความตื่นตระหนกทำนองว่า “หากโจรบุกเข้าบ้าน การใช้ปืนยิงเพื่อป้องกันตัวอาจทำไม่ได้หรือกลายเป็นความผิด” จนส่งผลให้พี่น้องประชาชนเกิดความกังวลใจและตั้งคำถามถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการปกป้องครอบครัวและเคหสถานของตนเอง

ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง ได้ออกมาให้ความรู้ทางข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง และแสดงทัศนะมุมมองต่อมาตรการควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาลอย่างละเอียด โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ในทางกฎหมายของประเทศไทย “ไม่เคยห้ามการป้องกันตัว” โดยกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ประชาชนมีสิทธิ์ชอบธรรมที่จะปกป้องชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของตนเองได้ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ “ต้องพอสมควรแก่เหตุ”

ทนายเกิดผล ได้ยกตัวอย่างกรณีที่สามารถกระทำได้ เช่น หากมีโจรผู้ร้ายบุกรุกย่างกรายเข้ามาในบ้านพักยามวิกาล พร้อมพกพาอาวุธปืนหรืออาวุธมีดเข้ามาด้วย และมีพฤติการณ์ชัดเจนว่ามุ่งเข้ามาทำร้ายหรือก่ออันตรายร้ายแรง การใช้ปืนยิงเพื่อป้องกันตัวย่อมถือเป็นการกระทำเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินตามสิทธิ์อันชอบธรรม ในทางกลับกัน หากโจรบุกเข้ามาตัวเปล่ามือเปล่า หรือเป็นเพียงเด็กแอบเข้ามาลักเล็กขโมยน้อย การใช้อาวุธปืนยิงย่อมถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ

นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ สำหรับใบอนุญาต (แบบ ป.4) ได้ระบุไว้ในเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า ออกให้เพื่อนำไปใช้ “ป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน” ดังนั้น หากประชาชนผ่านกระบวนการครอบครองปืนมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อเกิดเหตุภัยคุกคามอุกฉกรรจ์ภายในบ้านของตนเองกลับไม่สามารถหยิบมาใช้ป้องกันตัวได้ ย่อมถือว่าขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของกฎหมายตั้งแต่ต้น

ทนายเกิดผล ยังได้ให้มุมมองทางกฎหมายที่น่าสนใจเพิ่มเติมว่า “บ้านคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด” โดยที่ผ่านมาศาลฎีกาเคยมีแนวคำวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้อย่างชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่หรือกฎหมายไม่ได้บังคับให้เจ้าของบ้านต้องวิ่งหลบหนีผู้บุกรุก เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในเคหสถานอันเป็นวิหงกของตนเอง พร้อมทั้งตั้งคำถามชวนคิดสะท้อนสังคมว่า หากโจรพร้อมอาวุธบุกรุกเข้ามาในยามวิกาล คงไม่มีใครคิดว่าเข้ามาขอยืมเงิน แต่ย่อมมุ่งหวังทรัพย์สินหรือประสงค์ต่อชีวิต หากโจรได้รับบาดเจ็บแล้วสามารถกลับไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบ้านได้ หากสังคมหรือกฎหมายเป็นเช่นนั้นจริง ประชาชนคนทำมาหากินจะอยู่อย่างไร

ต่อกรณีที่รัฐบาลพยายามบังคับใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดเพื่อลดปัญหาอาชญากรรม เช่น การควบคุมใบอนุญาตหรือจำกัดสิทธิ์การครอบครองปืน ทนายเกิดผลมองว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด โดยเปรียบเทียบว่า อาวุธปืนไม่ใช่ต้นเหตุที่แท้จริงของอาชญากรรม หากอ้างว่าปืนทำให้เกิดอันตราย เช่นเดียวกับคนเมาแล้วขับรถชนคนตายหลายศพ รัฐย่อมต้องสั่งยึดรถยนต์หรือยึดสุราด้วยหรือไม่ หรือหากมีคนใช้มีดแทงกัน รัฐจะออกคำสั่งห้ามจำหน่ายมีดทุกเล่มเลยหรือไม่

อีกทั้งใบอนุญาตครอบครองปืนได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองและตรวจสอบจากทางราชการมาแล้วอย่างเข้มงวด เช่น ใบ ป.3 ที่ต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติโดยนายอำเภอซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐ หากรัฐเคยเห็นชอบและอนุญาตให้ออกใบอนุญาตครอบครองได้ แต่กลับหันมามองว่าประชาชนผู้ถือปืนถูกกฎหมายคือปัญหา ย่อมเป็นการปัดความรับผิดชอบและโยนภาระกลับมาให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์

ทนายเกิดผล ได้กล่าวทิ้งท้ายฝากสาส์นไปถึงรัฐบาลว่า หากต้องการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างแท้จริง สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการไม่ใช่การริบทอนสิทธิ์ในการป้องกันตัวของประชาชน แต่คือการ เพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามอาชญากรรมอย่างจริงจัง รัฐต้องกวาดล้างปัญหายาเสพติด ตามล่าผู้ร้าย และจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษให้เด็ดขาด เพราะหากรัฐสามารถทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนก็ย่อมไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องแสวงหาอาวุธปืนมาไว้ครอบครองเพื่อป้องกันตนเอง

“หากรัฐยังไม่สามารถปกป้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง รัฐก็ไม่ควรไปริบสิทธิ์หรือบีบบังคับไม่ให้ประชาชนมีสิทธิ์ป้องกันตนเองและครอบครัวภายในบ้านของเขาเอง” ทนายเกิดผล กล่าวย้ำ

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888