สกัดจับอดีตตำรวจบุกอุ้มแฟนคาที่ทำงานก่อนพาหนีกว่า 50 กม.

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล. , พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ต.ปานเทพ พจน์ธีระมนตรี สว.ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.ต.ธวัชชัย ใจห้าว รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล. , ด.ต.นพดล สุขสวัสดิ์ , ด.ต.นิราช บุญประกอบ และ ส.ต.อ.สรายุทธ์ ศักดา ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม นายภาสกรฯ อายุ 27 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน 1. หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย 2. ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น 3. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และ เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” สถานที่จับกุม ริมถนนสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช หน้าเทศบาลตำบลท่าทองใหม่ ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ต่อเนื่องศูนย์ปฏิบัติการสืบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี และโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.สุราษฎรธานี เกิดเหตุลักพาตัวโดย คนร้ายได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นยานพาหนะหลบหนีจากพื้นที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จากนั้นรถวิทยุ 2506 ได้พบรถยนต์คันดังกล่าวบนถนน ทล.4009 บริเวณแยกซอย 10 จึงได้ติดตามไปจนถึง ต.ทุ่งเตา อ.บ้านนาสาร ผู้ก่อเหตุได้กลับรถมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานี โดยใช้เส้นทาง ทล.4009 จึงได้ประสานรถวิทยุ 2516 ให้ช่วยสกัดจับรถต้องสงสัยคันดังกล่าวโดยให้สังเกตุการณ์บนถนน ทล.44 กม.114 ต.ทุ่งรัง อ.กาญจนดิษฐ์ และได้รับแจ้งจากรถวิทยุ 2506 รถคันดังกล่าวได้กลับรถมุ่งหน้า อ.กาญจนดิษฐ์ จากนั้น รถวิทยุ 2516 ได้ขับรถไล่ติดตาม จนไปถึงปั๊ม ปตท.ทุ่งรัง รถวิทยุ 2506 และ 2516 ได้ใช้ไมค์โครโฟนให้คนร้ายในรถคันดังกล่าวลงจากรถ แต่คนร้ายดังกล่าวไม่ยอมลงจากรถ และคนร้ายได้เลี้ยวหลบหนีไปทางถนนทุ่งรัง รถวิทยุ 2506 และ 2516 ยังได้ติดตามไปอย่างกระชันชิด บริเวณสี่แยกท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จนสามารถสกัดรถยนต์คันดังกล่าวไว้ได้ รวมระยะทางการหลบหนี 50 กม. ใช้เวลาการติดตาม 40 นาที จนควบคุมคนร้ายได้

เมื่อเข้าตรวจสอบพบ นายภาสกรฯ เป็นผู้ขี่ (ผู้ถูกจับ) และมี น.ส.สุธีมาสน์ญฯ (ผู้เสียหาย) จากนั้นได้นำตัว นายภาสกรฯ มายังศูนย์ปฏิบัติการสืบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีกับเพื่อจัดทำบันทึกจับกุม ต่อมาในระหว่างพูดคุยกับ นายภาสกรฯ ได้แสดงลักษณะอาการคล้ายกับผู้เสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเชื่อว่าได้เสพยาเสพติดมาก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน
จากนั้น พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย เจริญขุน สว.สส.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ได้แสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และได้อธิบายอำนาจบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ให้ นายภาสกรฯ ฟังจนเข้าใจดีแล้ว คำให้การเบื้องต้น นายภาสกรฯ ว่าก่อนหน้านี้ได้เสพยาเสพติดมาก่อนหรือไม่ นายภาสกรฯ รับในทันทีทันใดว่าได้เสพยาเสพติดชนิดยาบ้ามาก่อนหน้านี้จริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอทำการตรวจค้นตัว แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากนั้นได้ขอทำการตรวจสอบปัสสาวะเบื้องต้นพบว่ามีผลเป็น “บวก”

จากนั้นได้จัดทำบันทึกการจับกุมพร้อมนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางและผลการตรวจปัสสาวะส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามนายภาสกรฯ พบว่าเคยเป็นข้าราชการตำรวจ แต่ได้โดนไล่ออกจากราชการเมื่อปี พ.ศ.2566 และได้กลับมาอยู่บ้านที่ อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อต้นปี 2567 และได้มีปัญหาระหองระแหง กับ น.ส.สุธีมาสน์ฯ มาสักระยะ จึงตัดสินใจไปหา น.ส.สุธีมาสน์ ที่โรงแรมดิฮาเบอร์ ฟรอนท์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ทำงานของน.ส.สุธีมาสน์ฯ และ ได้อุ้มตัว น.ส.สุธีมาสน์ เพื่อจะพาไปพูดคุยที่ อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช แต่ทาง ญาติของ น.ส.สุธีมาสน์ ได้โทรไปแจ้งความไปยังศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.สุราษฎรธานี จนถูกสกัดจับได้
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
