ศาลสั่งประทับฟ้อง "บิ๊กอรรถ" สอย "อัจฉริยะ" ปมดราม่าใส่ร้ายรับเคลียร์เว็บพนัน

ศาลอาญา มีมติสั่งประทับรับฟ้องคดี "บิ๊กอรรถ" พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษก ตร. ยื่นฟ้องดัดหลัง "อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์" ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ข้อหาหมิ่นประมาทฯ ศาลชี้ชัดพยานหลักฐานแน่นหนา คริปรวมถึงถ้อยคำออกรายการทีวีส่อเจตนาใส่ร้ายป้ายสี ตำหนิตำรวจไซเบอร์ชุด PCT 4 ทำงานซุกถังรับเคลียร์เงินเว็บพนันออนไลน์-ปล่อยผู้ต้องหาหนี ทำเสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่ราชการอย่างร้ายแรง นัดลากคอสอบคำให้การ-ตรวจหลักฐานสู้คดี 3 สิงหาคมนี้
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ 3189/2568 ซึ่งมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) และในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (บิ๊กอรรถ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เป็นจำเลยในฐานความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาฯ จากกรณีที่นายอัจฉริยะซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้เดินสายให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์หลายช่อง มุ่งหวังให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดและดิสเครดิตตัวโจทก์ว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่โปร่งใส เรียกรับผลประโยชน์ และให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีเว็บพนันออนไลน์
โดยศาลอาญาได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องอย่างละเอียดแล้วเห็นว่า พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้เบิกความยืนยันหนักแน่น พร้อมทั้งนำส่งพยานหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นภาพถ่ายสารบบขณะจำเลยกำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกคลิปวิดีโอถ้อยคำถอดบทสัมภาษณ์อย่างครบถ้วน ซึ่งเมื่อพิจารณาเนื้อหาที่นายอัจฉริยะกล่าวพาดพิงถึงการทำงานของพล.ต.ท.ไตรรงค์ ขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดปฏิบัติการตำรวจ PCT 4 (ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ) และตำแหน่งผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ มีลักษณะสาดโคลนตำหนิรุนแรงว่าทำงานบกพร่อง ทุจริตรับเงินเคลียร์เว็บพนันออนไลน์หอบลงถังแล้วปล่อยปละละเลยไม่ยอมปิดเว็บพนัน ซ้ำยังลอยแพกล่าวหาว่าโจทก์ช่วยเหลือผู้ต้องหาสำคัญให้หลบหนีคดี
ศาลชี้ว่า คำให้สัมภาษณ์ออกอากาศดังกล่าวมีลักษณะกล่าวหาว่าโจทก์รับสินบนและปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งย่อมกระทบกระเทือนและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติยศ รวมถึงตำแหน่งหน้าที่การงานของโจทก์ในฐานะข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่อย่างรุนแรง ประชาชนทั่วไปที่ได้รับฟังอาจหลงเชื่อว่าโจทก์กระทำความผิดจริง คดีของโจทก์จึงมีมูลความผิดตามกฎหมายชัดเจน จึงมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีดังกล่าวไว้พิจารณา พร้อมทั้งนัดสอบคำให้การจำเลย ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยานของทั้งสองฝ่ายในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ เวลา 09.30 น. ต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
