ศาลยกฟ้องคดีที่ 3 “แอม ไซยาไนด์” พ้นผิดข้อหาวางยาฆ่า “มณฑาทิพย์” เพื่อนสนิท
z-z245038333282.webp)
ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง นางสรารัตน์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” ในคดีหมายเลขดำ-แดง การเสียชีวิตของ “มณฑาทิพย์ หรือ ทราย” เพื่อนสนิท ชี้พยานหลักฐานของโจทก์ยังมีข้อสงสัยหลายประการและไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ลงมือวางยาไซยาไนด์ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ส่งผลให้สถิติคดีของแอม ไซยาไนด์ พ้นผิดเพิ่มเป็นคดีที่ 3 จากทั้งหมด 15 คดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.15 น. ณ ห้องพิจารณาคดี 712 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสรารัตน์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” อายุ 39 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดการกระทำความผิดอื่น หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้
ตามคำฟ้องของโจทก์ได้ระบุพฤติการณ์สรุปความผิดว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 จำเลยได้แอบใส่สารพิษไซยาไนด์ลงไปในอาหารของ น.ส.มณฑาทิพย์ หรือ “ทราย” ผู้ตาย จนกระทั่งเสียชีวิตอย่างปริศนาภายในคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร โดยมีมูลเหตุจูงใจเพื่อต้องการล้มล้างหนี้สินเงินกู้ยืมจากผู้ตาย
ศาลได้ทำการพิเคราะห์คำเบิกความพยานและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว รับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยกับผู้ตายเป็นเพื่อนสนิทกันโดยมีการเล่นแชร์วงเดียวกันจริง และจำเลยเคยมีการกู้ยืมเงินจากผู้ตายจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่าจำเลยมีพฤติกรรมติดการพนันออนไลน์จนเสียเงินไปกว่า 30 ล้านบาท ในขณะที่ผู้ตายเป็นผู้มีฐานะดีอาศัยอยู่ที่ประเทศแคนาดา และมีอาคารพาณิชย์ให้เช่าย่านอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยให้จำเลยเป็นผู้ช่วยดูแล ในวันเกิดเหตุผู้ตายได้เดินทางกลับจากประเทศแคนาดา โดยมีจำเลยและเพื่อนคนอื่น ๆ เดินทางไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ และระหว่างทางได้แวะรับประทานข้าวต้มก่อนจะเดินทางเข้าพักที่คอนโดมิเนียมของผู้ตาย
ต่อมาผู้ตายได้เสียชีวิตลง ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ผู้ตรวจในขณะนั้นระบุเหตุการเสียชีวิตว่า เสียชีวิตจากระบบหัวใจล้มเหลว หรืออาจเสียชีวิตจากโรคประจำตัว แต่ไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นการเสียชีวิตจากการรับสารพิษไซยาไนด์
ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาในคดีนี้ยังมีข้อสงสัยหลายประการตามสมควร การที่ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดทางอาญาฐานร้ายแรง จำเป็นต้องพิจารณาจากรูปคดีและพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักมั่นคงเป็นหลัก แต่คดีนี้กลับไม่มีประจักษ์พยานหรือพยานหลักฐานใด ๆ ของโจทก์ที่มาเบิกความยืนยันหนักแน่นว่าจำเลยเป็นผู้ลงมือกระทำความผิดจริง ศาลจึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย พิพากษายกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ทางศาลได้เบิกตัว “แอม ไซยาไนด์” จากทัณฑสถานหญิงกลาง มาฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง โดยก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีของแอม ไซยาไนด์ มาแล้วรวม 5 คดี แบ่งเป็น คำพิพากษาประหารชีวิต 1 คดี, คำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 2 คดี และคำพิพากษายกฟ้อง 2 คดี เมื่อรวมกับคำพิพากษายกฟ้องในคดีของ น.ส.มณฑาทิพย์ ในวันนี้อีก 1 คดี ส่งผลให้มียอดคำพิพากษายกฟ้องรวมเป็น 3 คดี จากจำนวนคดีทั้งหมดที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง “แอม ไซยาไนด์” รวมทั้งสิ้น 15 คดี ซึ่งแบ่งเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ 14 คดี และฐานพยายามฆ่าผู้อื่นฯ อีก 1 คดี
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
