ศรีสุวรรณยื่นศาลรัฐธรรมนูญ สอบปมตั้งอดีตนักโทษ ม.112 นั่ง จนท.รัฐ

“ศรีสุวรรณ จรรยา” ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน หอบหลักฐานบุกยื่นศาลรัฐธรรมนูญ บี้วินิจฉัยปมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแต่งตั้งคณะทำงานตรวจราชการ ซึ่งเคยถูกศาลสั่งจำคุกคดี ม.112 เข้าทำหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมจี้ตรวจสอบข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไร้ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หวังสร้างบรรทัดฐานกฎหมายการเมืองไทย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารเอ (A) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคลซึ่งเคยต้องโทษจำคุกในคดีอาญา มาตรา 112 เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันถือเป็นผู้มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด ว่าเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 25 ประกอบมาตรา 53 หรือไม่
นายศรีสุวรรณ เปิดเผยว่า คำร้องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีอดีตรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ได้มีการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 เพื่อทำหน้าที่ช่วยตรวจราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทว่าจากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า หนึ่งในบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งในคณะทำงานดังกล่าว เคยกระทำความผิดในคดีความมั่นคงและถูกพนักงานอัยการสูงสุดยื่นฟ้องในคดีอาญา ตามมาตรา 112 โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเป็นที่สุดให้จำคุกเป็นเวลา 3 ปี และได้รับการลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุกจริงเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2560 เป็นต้นมา ซึ่งศาลได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วด้วย
นอกจากนี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2567 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กลับมีมติชี้ชัดว่าคณะทำงานตรวจราชการชุดดังกล่าว มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ทางองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงเห็นว่าการที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแต่งตั้งบุคคลเข้ามาทำหน้าที่โดยละเลยการตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามเช่นนี้ น่าจะเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและกฎหมายอีกหลายฉบับ และอาจเข้าข่ายไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ด้วย จึงอาศัยสิทธิตามสิทธิและเสรีภาพมาตรา 213 ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอความชัดเจนและวางบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้แก่สังคมต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
