ข่าวเจาะลึก1

ข่าวเจาะลึก 1


ตัวแทนวัดร่มโพธิธรรม หอบหลักฐานยื่นหนังสือร้องนายกสภาทนายความ ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน หลังเจอคำสั่งบังคับคดีเตรียมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกป่าสงวน ป่วนพระ-แม่ชีและผู้ปฏิบัติธรรมกว่า 300 ชีวิต ไร้ที่พำนัก ด้านสภาทนายความรับเรื่องสั่งตั้งคณะทำงานบดบี้เช็กปมแผนที่ราชการคลาดเคลื่อน ดึง 3 หน่วยงานรัฐรังวัดร่วมพิกัดสากลพิสูจน์ความจริง

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน นายพีระพงศ์ ทิพโกมุท ไวยาวัจกรในฐานะผู้แทนจากวัดร่มโพธิธรรม ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมายและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานให้แก่พระภิกษุสงฆ์ แม่ชี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงประชาชนผู้ปฏิบัติธรรมที่พำนักศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ภายในวัดรวมกว่า 300 รูป/คน หลังกำลังประสบความยากลำบากอย่างหนักจากขั้นตอนการบังคับคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในเขตที่ดินพิพาท

354350_0

คดีความดังกล่าวสืบเนื่องมาจากปัญหาแนวเขตที่ดินพิพาทรุกล้ำเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันกระบวนการทางศาลสิ้นสุดลงแล้วและเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดี โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้เข้าติดประกาศคำสั่งศาลและเตรียมแผนการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารต่าง ๆ ภายในวัด ทำให้พระภิกษุและผู้ปฏิบัติธรรมเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมอันเกิดจากความคลาดเคลื่อนของข้อมูลแนวเขตแผนที่ของทางราชการ

นายพีระพงศ์ ทิพโกมุท เปิดเผยว่า ทางวัดขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือคัดค้านคำพิพากษาของศาลแต่อย่างใด หากแต่ต้องการขอความช่วยเหลือจากองค์กรวิชาชีพกฎหมายให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เนื่องจากสภาพพื้นที่จริงของวัดตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชน มีหมู่บ้าน โรงเรียน และพื้นที่เอกสารสิทธิ์ เช่น น.ส.3 รวมถึง ส.ป.ก. รายล้อมอยู่ แต่กลับพบว่าข้อมูลแผนที่แนวเขตระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมป่าไม้ กรมที่ดิน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ยังมีความแตกต่างคลาดเคลื่อนกันอยู่ โดยทางวัดได้ยื่นข้อเรียกร้องสำคัญ 5 ประเด็น ให้สภาทนายความช่วยตรวจสอบ ได้แก่

  1. ตรวจสอบข้อกฎหมายเกี่ยวกับบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างกรมป่าไม้กับ ส.ป.ก. เมื่อปี พ.ศ. 2546 ว่ามีผลบังคับใช้ในปัจจุบันอย่างไร
  2. ตรวจสอบเอกสารการกันพื้นที่ป่าไม้จำนวนประมาณ 600 ไร่ เพื่อเป็นที่พักสงฆ์ ตามเอกสารกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
  3. ตรวจสอบความถูกต้องและสอดคล้องตรงกันของพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน แผนที่ราชการ และเอกสารที่ใช้ในคดีทั้งหมด
  4. พิจารณาช่องทางตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของพระสงฆ์ แม่ชี และประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 300 ชีวิต
  5. ให้คำปรึกษาและประสานงานไปยัง กรมป่าไม้, กรมที่ดิน และ ส.ป.ก. ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบและรังวัดแนวเขตด้วยระบบหมุดฐานพิกัดมาตรฐานสากล (GNSS/UTM) เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ด้าน ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องเรียนว่า สภาทนายความมีภารกิจหลักในการผดุงความยุติธรรมและช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อปรากฏว่ากรณีของวัดร่มโพธิธรรมมีพระสงฆ์และประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จึงต้องให้ความสำคัญและตรวจสอบอย่างรอบคอบตามหลักนิติธรรม หลังจากนี้จะมอบหมายให้คณะทำงานและทนายความผู้เชี่ยวชาญ เร่งนำเอกสารหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการสร้างวัด, มติ ครม. ปี 2538 และ 2552, คำพิพากษาทั้ง 3 ศาล, เอกสารสิทธิ์ น.ส.3 และแผนที่รังวัดต่าง ๆ ไปศึกษาอย่างละเอียด เพื่อประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายตามกรอบกฎหมายต่อไป

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888