ล่าขบวนการจีนเทาหลอกสถาบันการเงินในจีนกว่า 2,800 ล้านบาท

วันที่ 2 ธ.ค.68 พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ได้ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติดังกล่าว ระบุว่า ทางการจีนได้เปิดการสอบสวนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 พบว่าผู้ต้องหาและพวกมีพฤติการณ์แอบอ้างว่าดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่มีผลประกอบการดี ก่อนนำเอกสารปลอมไปยื่นขอกู้เงินจากสถาบันการเงินหลายแห่ง รวมมูลค่ากว่า 560 ล้านหยวน หรือประมาณ 2,800 ล้านบาท และยังมีดอกเบี้ยอีกกว่า 80 ล้านหยวน หรือประมาณ 400 ล้านบาท โดยมีข้อมูลการกระทำผิดย้อนหลังนานกว่า 1 ปี (เปิดคดี ก.พ. 67 แต่มีข้อมูลย้อนหลังถึง มี.ค. 66) ภายหลังการสืบสวน ทางการจีนได้ออกหมายจับและสามารถจับกุมผู้ต้องหาบางส่วนได้ในประเทศจีน ขณะที่ผู้ต้องหาบางรายหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย
จากการสืบสวนทราบว่ามีผู้ต้องหาหลบหนีเข้ามาทั้งหมด 4 คน โดยในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและผลักดันออกนอกราชอาณาจักรไปแล้ว 3 คน เหลือเพียงผู้ต้องหารายสุดท้าย ซึ่งถูกจับกุมได้ในภายหลัง โดยผู้ต้องหาได้เข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว โดยไม่มีการต่ออายุวีซ่า แต่จากการตรวจสอบข้อมูลการแจ้งที่พัก พบว่าอยู่ในพื้นที่ของเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จึงได้มีการนำกำลังเจ้าหน้าที่คอยสังเกตการณ์กว่า 3 เดือน จนมั่นใจว่า ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ที่นี่จริง ก่อนทำการจับกุม
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง และดำเนินการผลักดันกลับไปยังประเทศจีน เพื่อเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 2 เป็นคดีเกี่ยวกับคนจีนหลอกเพื่อนร่วมชาติไปเป็นคอลเซนเตอร์ ในคดีนี้ก็ได้รับการประสานจากจีนเช่นกัน ให้ช่วยสืบสวนติดตามตัวชาวจีน 3 คน เกี่ยวข้องกับ ขบวนการพาคนไปทำงานเป็นแก๊ง Call Center โดยมีการหลอกคนจีน อายุไม่เกิน 40 ปี ที่มีฐานะยากจน ไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยอ้างว่าสามารถเปิดบัตรเครดิตต่างประเทศและกดเงินสดออกมาได้โดยไม่ต้องชำระเงิน แต่ต้องเดินทางออกนอกประเทศไปเปิดใช้บัตรเครดิตก่อน เมื่อมีเหยื่อหลงเชื่อก็จะพาไปที่บริเวณชายแดนมณฑลยูนนานที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน หลอกให้ข้ามแดน ให้ไปทำงานฟังเพื่อนบ้าน เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกคนจีนด้วยกัน ซึ่งมีผู้เสียหายชาวจีนหลงเชื่อกว่า 120 คน ความเสียหายกว่า 1 ล้านหยวนหรือประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งทางการจีนได้จับกลุ่มไปแล้ว 11 คน แต่ยังเหลือผู้ต้องหา 3 คนหลบหนีเข้ามายังประเทศไทย
จากการสืบสวนพบว่า มีการแยกกันพักอาศัย ในคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทและลาดพร้าว จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ และควบคุมตัวทั้งหมดได้ในที่สุด ขั้นตอนหลังจากนี้ก็จะมีการผลักดันทั้งหมดกลับไปยังประเทศต้นทางเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. ระบุว่า คดีต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายของรัฐบาล ถึงแม้ว่าคดีที่จับจะเป็นผู้ต้องหาต่างด้าวที่กระทำผิดต่างประเทศและหลบหนีเข้าไทย แต่หากเข้ามาแล้วเราเลือกที่จะปล่อยให้อยู่ในวีซ่าต่างๆแล้วไม่ดำเนินการ บุคคลเหล่านี้จะเข้ามากระทำผิดซ้ำในประเทศไทยได้ การจับกุมตัวผู้ต้องหาส่งกลับไปดำเนินการที่ประเทศต้นทางถือเป็นการตัดวงจรไม่ให้เข้ามากระทำผิดในไทยได้
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
