ล็อกกลางทะเลภูเก็ต! ตำรวจน้ำยึดจานดาวเทียม Starlink เถื่อน แฝงเรือทัวร์จีนเหมาลำตกปลา

ตำรวจน้ำภูเก็ตขับเรือตรวจการณ์ลุยจับเรือสปีดโบ๊ทนำเที่ยวเหมาลำแถวแหลมดินสอ หลังพบพานักท่องเที่ยวชาวจีนออกไปล่องเรือตกปลาแบบผิดสังเกต ตรวจค้นบนเรือเจอแจ็กพอต แอบติดตั้งชุดอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมระบบ Starlink ครบเซ็ตเพื่อใช้งานโดยไม่มีเอกสารนำเข้าหรือใบอนุญาตแสดงความบริสุทธิ์ ซ้ำปล่อยทริป VIP เดินทางกันเองไม่มีไกด์ไทยดูแล ผิดกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวชัดเจน

เหตุการณ์กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่แอบแฝงเข้ามาทำธุรกิจท่องเที่ยวแบบผิดกฎหมายในพื้นที่ภาคใต้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.45 น. ของวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำภูเก็ต ได้นำเรือตรวจการณ์ 444 ออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยและตรวจสอบความเรียบร้อยตามแนวชายฝั่ง กระทั่งเรือแล่นไปถึงบริเวณน่านน้ำหน้าแหลมดินสอ ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต ได้สังเกตเห็นเรือนำเที่ยวลำหนึ่งกำลังพานักท่องเที่ยวทำกิจกรรมตกปลาอยู่กลางทะเลอย่างมีข้อพิรุธ จึงได้แล่นเรือเข้าสกัดเพื่อขอตรวจเช็กความถูกต้องทันที

จากการตรวจสอบบนเรือลำดังกล่าว พบนกท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 2 คน นั่งโดยสารมาในลักษณะเหมาลำส่วนตัว โดยมีคนขับเรืออยู่ด้านในอีก 1 คน ทว่าในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ก้าวเท้าขึ้นไปตรวจเช็กความเรียบร้อย ก็ต้องสะดุดตากับแผงเสาสัญญาณไฮเทคที่ถูกติดตั้งไว้ภายในเรือ ซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมระบบ Starlink ครบชุด ทั่งตัวจานรับสัญญาณ เครื่องจ่ายไฟ และตัวกระจายสัญญาณไวไฟ เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงใบอนุญาตการครอบครองและเอกสารนำเข้าอย่างถูกต้อง คนขับเรือกลับไม่สามารถนำหลักฐานใด ๆ มาแสดงให้ดูได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องทำการยึดชุดอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตทั่งหมดไว้เพื่อนำไปตรวจสอบ

นอกจากนี้ การตรวจสอบอย่างละเอียดยังพบว่า เรือลำนี้ถูกนำมาใช้งานผิดเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเดินเรือ ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย และจุดที่ผิดสังเกตมากที่สุดคือ ตลอดทริปที่พานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติออกทะเล กลับไม่มีการจัดไกด์ชาวไทยคอยติดตามดูแลเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายควบคุมธุรกิจนำเที่ยวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐานทั่งหมดส่งต่อไปยังกรมการท่องเที่ยวเพื่อพิจารณาเอาผิดและลงโทษกับบริษัททัวร์รายนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ตำรวจยังเตรียมสืบสวนเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างการทำธุรกิจและแหล่งที่มาของเงินลงทุน หลังพบข้อสงสัยว่าบริษัทแห่งนี้อาจเข้าข่ายใช้ชื่อคนไทยมารับถือหุ้นแทนเพื่อบังหน้าธุรกิจ หรือที่เรียกกันว่านอมินี เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายในการเข้ามาโกยเงินในประเทศไทย ซึ่งตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างถึงที่สุดเพื่อความปลอดภัยและรักษาผลประโยชน์ของวงการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
