004

004

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มลูกเรือน้ำมันเถื่อน จำนวน 11 คน พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผกก.2 บก.ปอศ. และ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. เพื่อเข้าให้ปากคำตามหมายเรียกเกี่ยวกับกรณีเรือน้ำมันเถื่อนของกลาง 3 ลำหายไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จ.ชลบุรี

1718610156081

พ.ต.อ.ชัชวาล กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียก ลูกเรือ น้ำมันเถื่อน ที่ถูกจับกุม เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา 5 ลำ รวม 28 คน ซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างด้าว โดยเป็นการออกหมายเรียกผ่านนายประกัน เพื่อให้นายประกัน ติดตาม และนำตัวลูกเรือ ทั้งหมดมารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน เพื่อคัดกรอง และตรวจสอบจำนวนลูกเรือที่ยังอยู่ในประเทศ และจำนวนผู้ต้องหาที่หลบหนี ซึ่งเบื้องต้น พบว่ามีลูกเรือ หลบหนี ไปกับเรือทั้ง 3 ลำ จำนวน 15 คน และยังอยู่ในประเทศอีก 13 คน โดยในจำนวน 13 คนนายประกันสามารถนำตัวมารายงานตัวในวันนี้ได้จำนวน 11 คนส่วนอีก 2 คน เป็นคนไทย 1 คน เมาหลับอยู่ในเรือ จึงไม่ได้เดินทางมาในวันนี้ และต่างด้าวอีก 1 คน ยังคงอยู่ในพื้นที่ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ขอให้นายประกันเร่งติดตามตัว ผู้ต้องหาทั้งสองคนที่ไม่ได้มารายงานตัวในวันนี้ ให้เร่งนำตัวมาพบพนักงานสอบสวนโดยด่วนเพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์การประกันตัว

“ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 15 คนที่หลบหนีไปพร้อมกับเรือทั้ง 3 ลังพนักงานสอบสวนปอศ.เตรียมถอนประกัน เนื่องจากผิดสัญญาประกัน พร้อมทั้งเตรียมออกหมายจับฐานหลบหนีประกันตัว ซึ่งนายประกันจะต้องทำหน้าที่ เร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ได้ ในส่วนของคดี ขโมยเรือ เป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจกองปราบปราม ซึ่งคาดว่าตำรวจกองปราบ จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนขยายผลว่ามีใครอยู่เบื้องหลังและมีใครมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำดังกล่าวบ้าง ส่วนคดีการจับกุมเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นความผิดเกี่ยวกับ ภาษีสรรพสามิตและภาษีศุลกากร ซึ่งคดีดังกล่าว ถือเป็นคดีนอกราชอาณาจักร แต่กระทำผิดตามกฎหมายไทย ดังนั้นเข้ามาร่วมทำการสอบปากคำด้วย

สำหรับกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ตำรวจให้ประกันตัวลูกเรือทั้ง 28 คน ในวงเงิน 3 ล้านบาทก่อนหน้านี้จนก่อให้เกิดปัญหาการหลบหนี พ.ต.อ.ชัชวาล  ชี้แจงว่า ในกรณีดังกล่าว เป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ที่มี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไกรบุญทรวดทรง ประธานศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามน้ำมันเถื่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปนม.ตร มีมติร่วมกันว่าให้ประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกเรือทั้ง 28 คนได้เนื่องจากเรือ 3 ลำ ทั้งหมด 5 ลำมีปัญหาน้ำรั่วเข้าลำเรือซึ่งต้องทำการดูดน้ำออกจากเรือตลอดเวลา หากไม่ดำเนินการดังกล่าว ทำให้เรือล่มได้และน้ำมันจะรั่วไหลลงทะเลส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และจะเกิดความเสียหายมหาศาล ซึ่งในกรณีนี้ ทางด้านของทนายความ ได้นำหลักทรัพย์จำนวน 3 ล้านบาทมายื่นขอประกันตัวลูกเรือพร้อมให้สัจจะวาจาว่าจะควบคุมดูแลลูกเรือซึ่งเป็นผู้ต้องหาทั้งหมดและจะให้ลูกเรือทั้งหมด เป็นผู้ดูแล      

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดจะต้องให้ลูกเรือเป็นผู้ดูแลเรือทำไมเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ดำเนินการควบคุมดูแลเรือด้วยตนเองซึ่งน่าจะมีความรู้ความสามารถมากกว่าทางด้านของ พ.ต.อ.ชัชวาล กล่าวว่า การควบคุมเรือ แต่ละลำจะต้องใช้เจ้าหน้าที่รัฐลำละ 4 คนต่อผลัด 1 วันมี 4 ผลัด รวม 16 คนต่อเรือ  1 ลำ  เรือมีทั้งหมด 5 ลำจะต้องใช้กำลังพลจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งการใช้ คนของเขาดูแลเรือของเขาเอง จะดีกว่าซึ่งเป็นผู้ที่รู้เรื่องระบบกลไกภายในเรือดีกว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้น  ส่วนกรณีของลูกเรือทั้ง 15 คนที่หลบหนีไปพร้อมเรือทั้ง 3 ลำนั้น ขณะนี้ ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้จนกว่าเรือทั้ง 3 ลำจะถูกชักรากกลับมาเข้าฝั่งไทย และทำการสอบปากคำทั้งหมดเสียก่อน จึงจะทราบถึงสาเหตุ ของการหลบหนีดังกล่าว

“ส่วนความเชื่อมโยงกับนายทุนชื่อ จ. ในคดีเดิมนั้น ในการสอบครั้งแรกมีการส่งทนายความมานั่งประกบผู้ต้องหาจำนวนมาก และนายประกัน ทนายความไม่ยอมให้ข้อมูลกับตำรวจว่าเงินสำหรับประกันตัวนั้นได้มาจากที่ใด แต่ยืนยันว่าตำรวจได้ทำสำนวนอย่างลึกและละเอียด แต่ไม่ขอเปิดเผยเรื่องในสำนวนมากนัก เพราะอาจกระทบต่อรูปคดี แต่ขอให้เชื่อในกระบวนการยุติธรรมซึ่งทั้งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและอัยการสูงสุดทำอย่างเต็มที่ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตั้งแต่เรือหายไปทางผู้บังคับบัญชาก็ได้เข้ามาตรวจสอบสำนวนซึ่งยังไม่พบว่ามีส่วนใดที่บกพร่องมีเพียง การควบคุมเรือเท่านั้นที่บกพร่องซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว      

ทั้งนี้ สำหรับแนวทางการสืบสวนที่ผ่านมา ยังไม่ชัดเจนแน่ชัดว่าเป้าหมายคือเรือหรือน้ำมัน ส่วน 15 คนที่หลบหนีไป หากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลากเรือไปก็จะถูกเพิ่มโทษในข้อหาเกี่ยวกับการลักทรัพย์ หรือป.อาญา 142 ซึ่งต้องให้พนักงานสอบสวนในคดีหลักพิสูจน์จากพยานหลักฐานเช่นวงจรปิดจากท่าเรือ  และการพิสูจน์ผู้ที่มีส่วนร่วมกับการนำรถของกลางออกไป อย่างไรก็ตามการที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปได้นานขนาดนี้ มีคำถามที่ต้องตอบว่า เกิดจากผู้ต้องหาอย่างเดียวหรือไม่ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ หรือ ทุกอย่างประกอบกัน

      

1718610259757

ส่วนการประสานติดตามตัวนาย จ.กลับมานั้นให้เป็นหน้าที่ของทางกองปราบ และที่ผ่านมามีการประสานข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ในคดีกับทางกองปราบโดยตลอด แต่เรามีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลบางอย่างไว้เนื่องจากเชื่อว่าทางผู้กระทำความผิดเป็นผู้อิทธิพล และไม่แน่ใจว่าคนรอบตัวอยู่กับเขาบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้  ส่วนการจับกุมในคดีแรกนั้น ทางศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อน (ศ.ปนม.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจน้ำ และเจ้าหน้าที่อีกหลายส่วนเข้าจับกุมโดยใช้เรือของตำรวจน้ำ เมื่อจับคนได้จึงคงเรือเข้ามาเทียบท่าที่ถ้าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบจังหวัดชลบุรี และส่งไปดำเนินคดีที่ กก.2 บก.ปอศ.เพราะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษเกี่ยวกับการลักลอบ นำเข้าและเกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากรเป็นหลัก ซึ่งเป็นการจับกุมในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ซึ่งอยู่ค่อนข้างไกลมาก ห่างจากเส้นฐาน  200 ไมล์ทะเล เทียบหรือเทียบเป็นกว่า 100 กิโลเมตรบนบก จึงดำเนินการในคดีนอกราชอาณาจักร ส่วนเขตราชอาณาจักรไทยอยู่ที่ประมาณ 12 ไมล์ทะเล        

เชื่อว่ากลุ่มนี้มีผู้ให้คำแนะนำในการลักลอบทำผิดกฎหมายเป็นอย่างดี คือให้โยกย้ายขนถ่ายน้ำมันในพื้นที่ที่ไกลมาก ทำให้การลงครั้งนี้ต้องมีการปรึกษากับทางอัยการ อย่างรอบคอบเพื่อทำสำนวนให้มีความละเอียดรัดกุมมากที่สุด เบื้องต้น ผู้กล่าวหามองว่าน่าจะนำน้ำมันมาจำหน่ายในประเทศไทย และมีพยานหลักฐานประกอบในสำนวนด้วย ทั้งนี้ สำหรับคดีนอกราชอาณาจักรคดีแรกนั้น ทาง กก.2 บก.ปอศ. จะต้องสรุปสำนวนภายในหกเดือนซึ่งขณะนี้ผ่านมาแล้วสองเดือน

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888