ลุยใช้เครื่องมือหนักควบคู่มอนิเตอร์สัญญาณชีพย้ายซากตึก4หมื่นตันคาดใช้30-60วัน เผยยอดดับ 15 ยังคิดค้างใต้ซากตึกอีก 79

วันที่ 4 เมษายน 2568 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แถลงความคืบหน้าว่า วันนี้จะนำเครื่องมือหนักเข้าไปมากขึ้น ควบคู่การมอนิเตอร์สัญญาณชีพ หากพบสัญญาณชีพ ทีมกู้ขีพจะเข้าไป ซึ่งจะทำให้เปิดพื้นที่ได้มากขึ้น ที่ผ่านมา ทุกจุดที่เราสามารถเข้าได้ ทุกโพรง ทุกซอก เราเข้าไปสำรวจหมดแล้ว แต่ไม่สามารถหาผู้รอดชีวิตในโพรง ในซอกเหล่านี้ได้ ดังนั้น วิธีเดียวคือใช้เครื่องมือหนักเปิดให้มากขึ้น พอมีจังหวะก็เข้าอีกครั้งหนึ่ง คงเป็นกระบวนการนี้
ซากทั้งหมดจากการประมาณการ มีประมาณ 15,000 ลบ.ม. คิดเป็นประมาณ 4 หมื่นกว่าตัน ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะรื้อย้ายโดยใช้เวลาประมาณ 30-60 วัน ถ้าเป็นตึกธรรมดา คงไม่ได้รื้อย้ายนานขนาดนี้ แค่เนื่องจากเราต้องดูเรื่อง Rescue ด้วย ต้องมีคนคอยดูว่ามีคนรอด หรือเจอร่างผู้เสียชีวิต ก็ต้องใช้เวลา ทุกอย่างเข้าระบบ และดำเนินการ สรุปคือ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ตามมาตรฐาน ต้องขอโทษที่ไปไม่ถึงผู้ที่เราคาดว่าติดอยู่ แต่เมื่อวานนี้สัญญาณชีพก็ค่อยๆหายไป มาถึงช่วงเย็นๆ ก็ไม่ได้ยินเสียงแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรุงเทพมหานคร เปิดเผยข้อมูลล่าสุด เมื่อเวลา 08.00 น. กรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ดังนี้ ยอดผู้เสียชีวิต 15 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 8 ราย เพศหญิง 7 ราย รอดชีวิต 9 ราย และ ติดค้าง 79 ราย
โดยเมื่อเวลา 09.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แถลงความคืบหน้าในตอนหนึ่งว่า วันนี้จะนำเครื่องมือหนักเข้าไปมากขึ้น ควบคู่การมอนิเตอร์สัญญาณชีพ ซึ่งในช่วงค่ำวานนี้ กทม. เผยแพร่ประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร สิ้นสุดสาธารณภัยในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยกเว้นพื้นที่ก่อสร้างอาคารที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร โดยยังคงเหลือภารกิจในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ภายในอาคารที่ทรุดตัว
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
