ร้อยตำรวจตรีชน 3 แม่ลูก! แม่ร่วงท่อดับสลด-ลูกสาหัส 2 ราย พยานแฉกลิ่นเหล้าคลุ้งส่อเมาขับหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

รถกระบะพุ่งชนท้ายจักรยานยนต์ 3 แม่ลูกกระเด็นคนละทิศละทาง เหยื่อแม่ร่วงท่อระบายน้ำสิ้นใจสลด ลูกชายวัย 13 ปีพร้อมน้องสาหัสปางตายคาห้องไอซียู ญาติร่ำไห้ระงมกลางงานศพหวั่นคดีพลิกหลังรู้ตัวคู่กรณีเป็นถึง "ร้อยตำรวจตรี" สภ.คลองลาน พยานปากเอกแฉยับพฤติการณ์ขับรถพุ่งชนตรง ๆ แถมได้กลิ่นเหล้าคลุ้งส่อเมาแล้วขับ ขัดแย้งคำให้การตำรวจอ้างรถไหลลงเนินควบคุมไม่ได้ ยันพร้อมเป็นพยานทวงความยุติธรรมให้ผู้สูญเสียเสาหลัก
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอุบัติเหตุทางถนนอันน่าสะเทือนใจและกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในโลกออนไลน์ จากกรณีเหตุรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ส่งผลให้ 3 แม่ลูกที่นั่งซ้อนท้ายกันมา กระเด็นไปคนละทิศละทาง โดยผู้เป็นแม่กระเด็นตกลงไปในท่อระบายน้ำข้างทางเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนลูกชายวัย 13 ปี และลูกอีกคนกระเด็นไปนอนอยู่กลางถนน อาการสาหัสปางตาย ต้องนำตัวส่งห้องไอซียูอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางกระแสเรียกร้องความเป็นธรรมเนื่องจากคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ล่าสุด ที่วัดคลองปลาร้าสามัคคีธรรม ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ครอบครัวได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.ปิยวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้เสียชีวิต บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยมี ร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.คลองลาน ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันเกิดเหตุ ได้เดินทางมาร่วมกราบขอขมาศพและมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพเบื้องต้น พร้อมร่วมพูดคุยแนวทางการเยียวยาต่อหน้าผู้นำชุมชน โดยระบุว่าเป็นเพียงเงินช่วยเหลือทำศพเบื้องต้น ส่วนมาตรการเยียวยาในระยะยาวจะมีการนัดเจรจาอีกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนา
จากการสอบถาม ร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร ยอมรับว่าเป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุตนขับรถมาตามเส้นทาง จากนั้นรถเกิดอาการไหลลงจากเนินและไม่สามารถควบคุมระบบบังคับเลี้ยวได้ รถจึงเสียหลักพุ่งไปชนท้ายรถจักรยานยนต์ของคู่กรณี พร้อมยืนยันว่าหลังเกิดเหตุไม่ได้คิดหลบหนีและรีบลงมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที ทั้งยังปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ดื่มสุราหรือของมึนเมาอย่างเด็ดขาด ส่วนเรื่องการดูแลครอบครัวผู้เสียหาย ตนพร้อมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเด็ก ๆ และเยียวยาอย่างเต็มที่
ด้านลูกสาวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวยังคงอยู่ในสภาวะช็อก สับสน และกังวลใจเกี่ยวกับอนาคตหลังจากนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณแม่เป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวในการหาเงินจุนเจือครอบครัว สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้คือน้องทั้ง 2 คนที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู อาการยังสาหัสและยังไม่ฟื้นคืนสติ ตนกังวลว่าหากน้องฟื้นขึ้นมาแล้วระบบสมองหรือร่างกายจะได้รับผลกระทบจนพิการหรือไม่ ประกอบกับมีความกังวลลึก ๆ ว่าคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ อาจทำให้กระบวนการยุติธรรมและการเยียวยาไม่เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา
ขณะที่ นายซี (นามสมมุติ) น้องชายของผู้เสียชีวิต กล่าวเสริมว่า ครอบครัวกำลังเผชิญกับวิกฤตชีวิตครั้งใหญ่ ตนเองก็มีปัญหาสุขภาพและไม่มีงานทำประจำ การสูญเสียพี่สาวไปทำให้มองไม่เห็นอนาคตของหลาน ๆ เลย ตนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาควบคุมดูแลคดีนี้ให้เกิดความเป็นธรรมและความชัดเจนมากที่สุดสำหรับเด็ก ๆ ที่ต้องรับเคราะห์กรรมในครั้งนี้
ทว่า คดีดังกล่าวอาจมีเงื่อนงำและส่อแววหนังคนละม้วน เมื่อ น.ส.เอ (นามสมมุติ) พยานบุคคลผู้เห็นเหตุการณ์ ได้ตัดสินใจออกมาร้องเรียนผ่านสื่อและเปิดเผยข้อมูลสำคัญ โดยยืนยันชัดเจนว่า ในวินาทีเกิดเหตุ ตนเห็นรถกระบะของคู่กรณีขับเบี่ยงเลนเข้ามาชนท้ายรถจักรยานยนต์ของ 3 แม่ลูกโดยตรงอย่างรุนแรง ไม่ได้มีรถตัดหน้าหรือเป็นเหตุสุดวิสัยตามที่ทางตำรวจกล่าวอ้าง ยิ่งไปกว่านั้น น.ส.เอ ยังให้การยืนยันหนักแน่นว่า หลังเกิดเหตุตนได้เดินเข้าไปดูจุดเกิดเหตุและได้เข้าใกล้ตัวร้อยตำรวจตรีคู่กรณี โดยได้กลิ่นสุราโชยออกมาอย่างรุนแรง และเห็นท่าทางมีอาการมึนเมาอย่างชัดเจน
พยานปากเอกรายนี้ระบุว่า เด็กทั้ง 2 คนบาดเจ็บสาหัสปางตาย น่าเวทนามาก ตนจึงทนไม่ได้และพร้อมที่จะเดินทางไปเข้าให้การกับพนักงานสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเป็นพยานในการทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย และป้องกันไม่ให้มีการใช้อำนาจหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงทางคดี ซึ่งผู้สื่อข่าวจะเกาะติดผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของตำรวจคู่กรณีจากโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิดต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
