ร้อง “ปปป.”สอบนักการเมือง-ข้าราชการ ชลบุรี ฮั่ว!ออกโฉนดทิพย์รุกคลองสาธารณะ 4 ไร่

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ต.ค. ดร.เพ็ชรฉัฏรชนก จันทร์เพ็ญ ประธานชมรมคุ้มครองผู้เสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมด้วย พล.ต.ดนัย ดิษาภิรมย์ รองประธานที่ปรึกษาชมรมฯ และกลุ่มประชาชนกว่า 10 ราย จาก อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี

เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจโดยมิชอบของนักการเมืองท้องถิ่น-ข้าราชการประจำ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการออกโฉนดที่ดินรุกล้ำคลองสาธารณะประโยชน์ในพื้นที่ อ.หนองใหญ่

น.ส.ขวัญชนกฯ ตัวแทนกลุ่มประชาชน อ.หนองใหญ่ เปิดเผยว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันมานาน แต่ในปี 2552 กลับพบการรังวัดและออกโฉนดครอบคลุมเข้าไปในแนวคลอง โดยมีนักการเมืองท้องถิ่นเป็นผู้ถือครอง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากในการรังวัดก่อนหน้านี้กว่า 30 ครั้งตลอดหลายสิบปี แนวเขตที่ดินยังคงเดิม ไม่เคยล้ำเข้าไปในคลองสาธารณะ
“เดิมทีที่ดินของครอบครัวตนมีประมาณ 150 ไร่ และมีการขายไปบางส่วน ซึ่งส่วนที่ติดกับคลองเดิมมีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่เศษ แต่เมื่อมีการ รังวัดใหม่ในปี 2552 กลับพบว่าพื้นที่ "งอกเพิ่ม" เป็นกว่า 12 ไร่
โดยส่วนที่เพิ่มขึ้น รุกล้ำเข้าไปในแนวคลองสาธารณะราว 4 ไร่เศษ ส่งผลให้พื้นที่รับน้ำแคบลงและเสี่ยงเกิดน้ำท่วม” น.ส.ขวัญชนก กล่าว
โดย น.ส.ขวัญชนก ตั้งข้อสังเกตว่า แม้จะร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐหลายแห่ง แต่กลับได้รับคำชี้แจงว่าสาเหตุเกิดจากการรังวัดในปี 2509 ที่วัดไม่ถึงแนวคลอง ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพราะแนวเขตที่ดินเป็นที่ยอมรับตรงกันมาโดยตลอด และการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเฉพาะในการรังวัดปี 2552 เท่านั้น
ขณะที่ ดร.เพ็ชรฉัฏรชนก จันทร์เพ็ญ ประธานชมรมฯ กล่าวว่า จากการตรวจสอบหลักฐาน พบข้อพิรุธหลายประการ โดยเฉพาะกรณีที่ดินแปลงใหญ่ 150 ไร่ ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 39 โฉนด ตลอดระยะเวลา 27 ปี และมีเนื้อที่เท่าเดิมมาตลอด แต่เมื่อปี 2552 มีการรวมโฉนด 4 แปลงเข้าด้วยกัน กลับปรากฏว่า พื้นที่ "งอกเพิ่มขึ้น" ถึงร้อยละ 50 ของเนื้อที่เดิม
นอกจากนี้ ยังพบว่าหลักเขตจำนวนมากสูญหายจากสารบบที่ดิน และ ผู้ยื่นขอรังวัดรายใหม่ก็เป็นนักการเมืองท้องถิ่นเอง ถือเป็นกรณีที่ผู้มีอำนาจในพื้นที่อาจใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์ทับซ้อน ทั้งในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ถือสิทธิ์ในที่ดิน
ดร.เพ็ชรฉัฏรชนก ระบุอีกว่า แม้การกำกับดูแลการรังวัดจะเป็นอำนาจของนายอำเภอ แต่เนื่องจากคดีนี้มีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง จึงจำเป็นต้องให้ บช.ก. เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ยืนยันว่า หากผลการสอบสวนมีการกระทำผิดจริง ทางชมรมฯ จะเสนอให้มีการ เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ในที่ดินส่วนที่รุกล้ำ และนำพื้นที่ดังกล่าว กลับคืนเป็นสมบัติของแผ่นดิน เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันตามวัตถุประสงค์ของที่สาธารณะ
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
