รัฐบาลปูพรมล้างบางร้านกัญชาเถื่อนภูเก็ตสั่งเช็กบิล 533 ร้านไม่ต่อใบอนุญาตสั่งพักใบอนุญาตอีก 12 ร้าน

ภูเก็ตโมเดลลุกเป็นไฟ! รองโฆษกรัฐบาลแถลงผลยุทธการปูพรมจัดระเบียบสังคม บูรณาการ 3 ฝ่ายบุกกวาดล้างร้านกัญชาเถื่อนทั่วเกาะภูเก็ต ลากไส้พบร้านดื้อแพ่งไม่ยอมต่อใบอนุญาตประกอบกิจการช่อดอกควบคุมพุ่งกระฉูด 533 แห่ง พ่วงสั่งฟันดาบสองสั่งพักใบอนุญาตอีก 12 ร้านตัวแสบ ลั่นทุบโต๊ะสั่งดำเนินคดีอาญาเฉียบขาดไม่มีละเว้น หวังชำะล้างพื้นที่ท่องเที่ยวระดับโลก กู้ภาพลักษณ์ความปลอดภัยดึงดูดนักท่องเที่ยวข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าเชิงรุกตามนโยบายของรัฐบาล ในการเดินหน้าจัดระเบียบสังคมและบังคับใช้กฎหมายควบคุม พ.ร.บ.กัญชาอย่างเข้มงวด โดยล่าสุดได้มีการสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงและสาธารณสุขในพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกปูพรมตรวจสอบสถานประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับสมุนไพรควบคุมอย่างจริงจัง
น.ส.พลอยทะเล ระบุว่า ภายใต้แนวทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ได้มีการประกาศกำหนดให้ “ช่อดอกกัญชา” มีสถานะเป็นสมุนไพรควบคุม ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า หรือกลุ่มทุนรายใดก็ตามที่ต้องการทำการจำหน่าย จ่ายแจก หรือนำไปแปรรูปเพื่อการค้าเชิงพาณิชย์ จะต้องยื่นคำขอและได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายที่กฎหมายกำหนดไว้กรอบเวลาอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องกันการนำสารสกัดหรือช่อดอกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในทางสันทนาการที่ไม่เหมาะสม และคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก
จากการขับเคลื่อนมาตรการอย่างเข้มข้นในพื้นที่เป้าหมายหลัก ล่าสุดที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย ได้มีการบูรณาการกำลังร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง, เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เปิดยุทธการเดินหน้าปูพรมเข้าทำการตรวจสอบระบบไอทีฐานข้อมูลร้านค้าและตรวจค้นหน้าร้านจำหน่ายกัญชาทุกรูปแบบทั่วทั้งจังหวัด เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตและสารระบบการซื้อขาย (Traceability)
ผลจากการขยายผลและตรวจสอบเชิงลึกอย่างละเอียดชวนช็อก เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบข้อมูลนิติบุคคลและร้านค้ารายย่อยที่มีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลย ไม่ยอมเดินทางมาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตจำหน่ายตามกำหนดเวลา สูงถึง 533 แห่ง ยิ่งไปกว่านั้น ยังตรวจพบร้านค้าที่มีพฤติกรรมจงใจฝ่าฝืนเงื่อนไขและทำผิดกฎเกณฑ์ร้ายแรง จนถูกเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการไปแล้วอีกจำนวน 12 แห่ง
โดยในส่วนของร้านค้ากลุ่มนี้ ทางเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจได้จัดทำบัญชีดำ (Blacklist) และจะส่งทีมสารวัตรสาธารณสุขร่วมกับตำรวจลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบว่าร้านใดที่ไม่มีใบอนุญาตหรือถูกสั่งพักใช้ไปแล้ว ยังคงลักลอบเปิดให้บริการ แอบขาย หรือฝ่าฝืนคำสั่งศาล จะถูกจับกุมดำเนินคดีส่งฟ้องศาลลงโทษคุกและปรับสถานหนักทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำทิ้งท้ายว่า รัฐบาลได้ออกคำสั่งกำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน ให้ดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการมิจฉาชีพที่ไม่มีใบอนุญาต หรือร้านที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่แลนด์มาร์กสำคัญด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย เพื่อเป็นการจัดระเบียบสังคม ยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ดีในสายตาชาวโลก ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและพี่น้องประชาชนชาวไทย ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริการในไทยถูกยกระดับมาตรฐานให้เป็นไปตามหลักสากลและถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
