ระทึก! วงจรปิดจับภาพรถบรรทุกพ่วงฝ่าสายฝนหักหลบกระบะพุ่งขึ้นเกาะกลาง เสียบร้านค้าริมถนนบางแพ โชคดีไร้เจ็บสาหัส
z-z989459746597.webp)
เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญใจกลางอำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี! กล้องวงจรปิดเผยนาทีชีวิตรถบรรทุกพ่วง 12 ล้อ เบรกไม่อยู่หักหลบรถคันหน้าพุ่งเหินข้ามเกาะกลางถนนชนศาลพระภูมิและป้ายร้านค้าพังยศเยิน โชคดีคนขับมีสติหักหลบเฉียดเสาไฟและตัวอาคารหวุดหวิด รอดตายปาฏิหาริย์ทั้งคัน

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามกรณีอุบัติเหตุระทึกขวัญ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณสี่แยกไฟแดง ถนนบางแพ - ดำเนินสะดวก หมู่ที่ 8 ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ส่งผลให้บ้านเรือนและร้านค้าจำหน่ายไม้เก่าของประชาชนได้รับความเสียหาย ทรัพย์สินพังยศเยิน แต่เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรง

ทางผู้สื่อข่าวได้ประสานข้อมูลไปยัง พ.ต.ท.สันติ หนูช่วย สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรบางแพ ทราบว่าได้รับแจ้งเหตุรถยนต์บรรทุกพ่วงเฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับชุดสายตรวจ โดยในที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุกพ่วง 12 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน สมุทรสงคราม พุ่งไถลเข้าไปชนอยู่ภายในบริเวณร้านขายไม้เก่า โดยมี นายธนะพัฒน์ อายุ 51 ปี เป็นผู้ขับขี่ และมี นางวรานิษ อายุ 50 ปี ภรรยา นั่งโดยสารมาด้วยกัน


ตรวจสอบความเสียหายในเบื้องต้นพบว่า มีเสาป้ายบอกจุดกลับรถจำนวน 1 ต้น, ป้ายชื่อร้าน และศาลพระภูมิ บริเวณบ้านหลังหนึ่ง หมู่ที่ 8 ตำบลวังเย็น ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.วลารัตน์ อายุ 37 ปี ถูกชนพังเสียหายยับเยิน
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุจริง พบกับ นายสุทัศ อายุ 40 ปี และ น.ส.วลารัตน์ อายุ 37 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของร้านไม้ กำลังช่วยกันเก็บกวาดเศษชิ้นส่วนความเสียหาย เพื่อเตรียมเรียกช่างมาดำเนินการปรับพื้นที่และติดตั้งศาลพระภูมิใหม่ พร้อมทั้งได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวดู


จากภาพในกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่กำลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ ด้านหน้ามีรถเก๋งกำลังชะลอความเร็วเพื่อเตรียมจอดติดสัญญาณไฟแดง ขณะเดียวกันมีรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวขับตามหลังมา คาดว่าน่าจะเบรกไม่ทันเพราะถนนลื่นจากฝนตก คนขับจึงตัดสินใจหักพวงมาลัยออกขวาขึ้นเกาะกลางถนน และพยายามประคองรถอย่างเต็มที่จนพุ่งข้ามฝั่งไปเฉี่ยวชนกับเสาไฟฟ้าและเสาร้านค้าก่อนจะหยุดนิ่ง

ด้าน นายสุทัศ เจ้าของบ้านและร้านไม้ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ขณะเกิดเหตุตนและภรรยาอยู่ในตัวบ้านเนื่องจากข้างนอกฝนตกหนัก จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นคล้ายมีอะไรชนเข้าอย่างแรง คิดว่าหม้อแปลงระเบิด แต่พอวิ่งออกมาดูก็พบว่ามีท้ายรถบรรทุกจอดอยู่หน้าบ้านแล้ว เมื่อตรวจสอบความเสียหายพบว่าตัวรถเฉี่ยวชนเข้ากับศาลพระภูมิและป้ายร้าน โชคดีมากที่ตัวรถเฉี่ยวเสาโครงสร้างร้านไปเพียงนิดเดียว หากชนเข้ากับเสาหลักของร้านความเสียหายคงมหาศาล ส่วนตัวคนขับรถบรรทุกไม่ได้พูดอะไรมากเพราะอยู่ในอาการตกใจ ได้แต่รีบโทรศัพท์ประสานประกันและเจ้าของรถทันที โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งได้พูดคุยตกลงเรื่องค่าเสียหายกับทางคู่กรณีเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ นายโสติพันธ์ อายุ 51 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเห็นเหตุการณ์ระทึก เล่าเสริมว่า ช่วงเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. ฝนตกหนักมาก รถราต่างต้องชะลอความเร็วเพราะมองทางไม่ค่อยเห็น รถเก๋งคันหน้าขับมาช้าๆ ส่วนรถบรรทุกขับมาด้วยความเร็วปกติประมาณ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยความกลัวว่าจะพุ่งชนคันหน้า คนขับจึงหักออกขวาขึ้นเกาะกลางถนนตามภาพในกล้องวงจรปิด ต้องยอมรับว่าคนขับมีสติดีมากๆ หากไม่ตัดสินใจหักหลบคาดว่าจะต้องเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากบริเวณแยกนี้ นานๆ ครั้งถึงจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น และสาเหตุหลักก็มาจากสภาพฝนตกถนนลื่นนั่นเอง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
