รองโฆษกรัฐบาลโต้ “สนธิ” ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน ไม่ใช่ “ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว” ย้ำอำนาจรัฐยังอยู่ กฎหมายยังคุม–นอมินียังผิด
z-z1029235996145.webp)
รัฐบาลโต้กลับทันควัน! “ลลิดา เพริศวิวัฒนา” รองโฆษกรัฐบาล ออกโรงฉอดซัด “สนธิ ลิ้มทองกุล” ยันกฎกระทรวงใหม่แค่ “ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน” ไม่ใช่ “ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว” ย้ำชัดรัฐไทยยังถือกติกาคุมเข้ม-นอมินียังผิดกฎหมายตามเดิม 100% ชี้มีการฟังเสียงประชาชนตัดธุรกิจซอฟต์แวร์ออกจากร่างแล้ว วอนวิจารณ์บนฐานความจริงอย่าปั่นกระแสเกินจริง
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงและตอบโต้กรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล วิพากษ์วิจารณ์การปรับปรุงกฎกระทรวงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยกล่าวหาในลักษณะว่ารัฐบาลกำลัง “ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้ต่างด้าว” ว่า เป็นการสรุปความที่เกินกว่าสิ่งที่กฎหมายกำหนด และเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง
นางสาวลลิดา ยืนยันว่า ประชาชนและสังคมต้องแยกให้ออกจากกันระหว่างคำว่า “การลดขั้นตอนใบอนุญาตที่ซ้ำซ้อน” กับ “การยกอำนาจกำกับดูแลให้ต่างชาติ” เพราะเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง การยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ในบางกิจการ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดขั้นตอนทางธุรการที่ซ้ำซ้อน เนื่องจากกิจการเหล่านั้นมีกฎหมายเฉพาะ หรือมีหน่วยงานรัฐกำกับดูแลเงื่อนไขการดำเนินงานอยู่แล้ว รัฐไทยยังคงเป็นผู้กำหนดกติกา มีอำนาจตรวจสอบ ควบคุม และลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมายไทยเช่นเดิมทุกประการ ไม่ได้เปิดให้ต่างด้าวเข้ามาทำธุรกิจโดยเสรีไร้การควบคุมแต่อย่างใด
สำหรับข้อกังวลเรื่องการเปิดทางให้ “นอมินี” หรือการอ้างเรื่องการฟอกเงินและการเลี่ยงภาษีนั้น รองโฆษกรัฐบาล ย้ำชัดเจนว่า กฎกระทรวงฉบับใหม่ไม่ได้มีการยกเลิกบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับการถือหุ้นแทน หรือการช่วยคนต่างด้าวหลีกเลี่ยงกฎหมาย พฤติกรรมนอมินีที่เคยผิดกฎหมายอย่างไร ก็ยังคงเป็นความผิดและมีโทษอาญาตามเดิม 100% รวมถึงกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎหมายภาษีอากรก็ยังคงบังคับใช้อย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ในประเด็นผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและบริการนั้น รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและรับฟังข้อกังวลอย่างรอบด้าน ซึ่งในขั้นตอนการพิจารณา ร่างกฎกระทรวงได้มีการ ตัดธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ออกไปแล้ว เพื่อปกป้องผู้ประกอบการดิจิทัลไทย ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมรับฟังการตรวจสอบและข้อติชมจากทุกภาคส่วน แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ไม่นำข้อคาดการณ์ไปขยายผลจนสร้างความตระหนกตกใจให้แก่สังคม
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
