รวบโจรวัยดึกตระเวนลักทรัพย์ทั่วกรุงฯ ล็อกเหยื่อสูงวัย ปลอมเป็นช่างไฟก่อนย่องฉก 'สร้อยแหวนเพชร-ทองคำ-เงินสด' สูญนับแสนบาท
z-z357536970718.webp)
รวบแล้ว! โจรวัยดึกตระเวนลักทรัพย์ผู้สูงอายุทั่วกรุงเทพฯ ปลอมเป็น “ช่างไฟ” หลอกให้ตายใจก่อนเชิดทรัพย์สินนับแสนบาท พบประวัติโชกโชนเพิ่งพ้นโทษได้ไม่ถึงปี เผยเป้าหมายหลักคือหาเงินไปเล่นพนันบ่อนกาสิโนต่างประเทศ

วันที่ 14 ก.ค.2569 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.สน.บุปผาราม สั่งการให้ พ.ต.ท.วิทยา สมการ รองผกก.สส.สน.บุปผาราม พ.ต.ท.สมเกียรติ พานย้อย สว.สส.สน.บุปผาราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม ร่วมกันจับกุมตัวนายชานนท์ อายุ 64 ปี ชาว จ.ระยอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3549/2569 ลงวันที่ 25 มิ.ย.69 ข้อหา “ ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป ” พร้อมด้วยของกลาง รูปหล่อพระพุทธโสธรสีทอง ลักษณะคล้ายทองคำ ขนาดหน้าตักประมาณ 1 ซม. สูงประมาณ 2 ซม. จำนวน 1 องค์, ต่างหูสีทอง ลักษณะคล้ายทองคำ จำนวน 1 คู่, เงินสด จำนวน 18,170 บาท และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่บริเวณร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซต์ไม่ทราบชื่อ ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต จังหวัดกรุงเทพมหานคร

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ก.ค.69 เวลา 10.00 น. มีผู้เสียหายทราบชื่อ คือ นางดวงนภา อายุ 78 ปี ได้ให้ นางสาวไพลิน ซึ่งเป็นลูกสาว เดินทางมาแจ้งความกับ ร.ต.อ.ตุลวุฒิ เหมะธุลิน รอง สว.(สอบสวน) สน.บุปผาราม ว่า ถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ เป็นสร้อยข้อมือทองคำฝังเพชร ราคาประมาณ 3 หมื่นบาท และแหวนทองคำ ฝังเพชร 2 วง ราคารวมประมาณ 3 หมื่นบาท รวมราคาทรัพย์ประมาณ 6 หมื่นบาท เหตุเกิดภายในบ้านพักในซอยเซ็นต์เสถียร ถนนสมเด็จเจ้าพระยา แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดวันที่ 8 ก.ค.เวลา 12.00 น.

ผู้เสียหายแจ้งว่า ตามเวลาดังกล่าว ได้มีคนร้ายเป็นชาย สวมสิ่งปิดบังใบหน้า ได้เข้ามาที่บ้านที่เกิดเหตุ และแจ้งกับนางดวงนภา ผู้เสียหายว่า ลูกสาวส่งให้มาซ่อมไฟบ้านที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้เปิดประตูบ้านให้คนร้ายเข้าไป จากนั้นคนร้ายได้ขึ้นไปที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน แล้วได้รื้อค้นทรัพย์สิน จากนั้นทำทีลงมาพูดคุยกับผู้เสียหาย โดยหลอกผู้เสียหายอีกว่าให้ถอดสร้อยและแหวนที่ผู้เสียหายสวมใส่อยู่ ส่งมาให้คนร้าย เพื่อที่จะนำไปล้าง แล้วจะนำมาคืนให้

ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้มอบทรัพย์สินให้กับคนร้ายไป จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีออกจากบ้านพักไป กระทั่งนางสาวไพลิน ลูกสาวทราบเรื่อง จึงได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ขณะเกิดเหตุคนร้ายได้สวมสิ่งปิดบังใบหน้าเข้าไปในบ้าน แล้วได้ดึงปลั๊กกล้องวงจรปิดภายในบ้านออก ก่อนเข้าแจ้งความที่โรงพัก
นอกจากนี้ได้เดินทางไปขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมกับผู้เสียหายอีก 1 ราย คือ น.ส.บุญเรือน (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ซึ่งมีพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตมีนบุรี เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.49 น. โดยผู้เสียหายระบุว่า ในช่วงดังกล่าวตนเองออกไปทำงานตามปกติ ทำให้ภายในบ้านเหลือเพียงคุณยายอายุ 94 ปี และญาติซึ่งเป็นผู้สูงอายุอีกหนึ่งคนอยู่กันตามลำพัง คนร้ายได้เข้ามาแสดงตัว และอ้างว่าจะขอเข้ามาตรวจเช็กระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยใช้เวลาเดินวนเวียนอยู่ด้านในประมาณ 15 นาที ก่อนจะอาศัยจังหวะทีเผลอรื้อค้นทรัพย์สิน และได้เงินสดไปเกือบ 10,000 บาท เมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่าพบว่าคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์สกู๊ปปี้ สีดำ มุ่งหน้าไปทางถนนสุวินทวงศ์ กระทั่งวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม ติดตามไปจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายชานนท์ หรือชาติ ไว้ได้ในที่สุด
จากการสอบสวน นายชานนท์ ผู้ต้องหา เบื้องต้นให้การภาคเสธ โดยอ้างว่า ก่อเหตุที่สมุทรปราการได้เงินสดไป 4 แสนบาท และที่ตัวเหลือเงิน 10,000 บาท และพระ1 องค์ ส่วนพระได้มาจากก่อเหตุในพื้นที่ สภ.สำโรงใต้ ส่วนเงินที่เหลือได้โอนไปใช้หนี้หมด รวมถึงต้องการนำเงินไปเล่นการพนันที่บ่อนคิงส์โรมัน กาสิโน ประเทศลาว และจะขอให้การเฉพาะในชั้นศาลเท่านั้น
จากการสอบสวนเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหาเพิ่งจะพ้นโทษออกจากคุกในคดีลักทรัพย์มาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2568 ก่อนออกมาตระเวนก่อเหตุ ซึ่งก่อนถูกจับกุมวันนี้ได้ไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันที่ สภ.สำโรงใต้ ด้วย โดยก่อเหตุหลายท้องที่ในนครบาล อาทิ สน.ยานนาวา, สน.ดินแดง, สน.บุคคโล, สน.บางเขน และสน.บุปผาราม และ สภ.สำโรงใต้ แต่ละครั้งจะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุ
จากการตรวจสอบประวัติ นายชานนท์ ผู้ต้องหา พบมี 4 หมายจับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 สน.สุทธิสาร 1 คดี, ปี 2553 สน.ชนะสงคราม 1 คดี (โดยทั้ง 2 คดีหมดอายุความแล้ว), ปี 2568 สภ.บางศรีเมือง ภ.จว.นนทบุรี 1 หมายจับคดีอาญาที่ 30/2569 ลงวันที่ 23 ธ.ค.68 ข้อหา " ลักทรัพย์ในเคหสถาน มอมหน้าโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดฯ" และ ปี 2569 สน.บางเขน คดีอาญาที่ 3549/2569 ลงวันที่ 4 มิ.ย.69 ข้อหา"ลักทรัพย์ มาตรา 334,335,335 ทวิ แต่งกายเลียนแบบทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดฯ" และคดีล่าสุดของ สน.บุปผารามเบื้องต้นจึงถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมประสานให้ สน.บางเขน นำตัวกลับไปเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
