รวบหนุ่มใหญ่ขับเก๋งไฟฟ้าสวมป้ายทะเบียนปลอมหนีไฟแนนซ์เจ้าของรถตัวจริงนั่งไม่ติดถูกใบสั่งส่งถึงบ้านรัวๆ

ตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ตามรวบหนุ่มรับเหมาวัย 53 ปี ขับเก๋งไฟฟ้าสวมป้ายทะเบียนปลอม เนียนใช้สิทธิวิ่งผ่านอีสานใต้ทำเจ้าของรถตัวจริงที่ปทุมธานีเดือดร้อนหนัก นั่งไม่ติดถูกใบสั่งส่งถึงบ้านรัวๆ ทั้งที่ไม่เคยขับไปอีสาน รวบคากลางสี่แยกไฟแดงสระขุด อ้างสิ้นคิดกดสั่งป้ายปลอมทางออนไลน์มาสวมหนีไฟแนนซ์ยึดรถ ไม่คิดว่าเลขจะไปตรงกับรถคันอื่น
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานผลการปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. และ พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล. และ พ.ต.ท.กฤตภาส สครรัมย์ สว.สทล.2 กก.6 บก.ทล. (บุรีรัมย์) นำกำลังเข้าทำการจับกุมตัว นายณัฐวัตร (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ชาวอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ พร้อมของกลาง รถยนต์เก๋งไฟฟ้า ยี่ห้อ MG4 ELECTRIC สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน 4 ขร 9868 กรุงเทพมหานคร ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยสามารถจับกุมได้บริเวณแยกไฟแดงสระขุด ตำบลทุ่งกระเต็น อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์

คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 น.ส.พรพรรณ (สงวนนามสกุล) ชาวอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้เข้าแจ้งความร้องเรียนเนื่องจากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังมีใบสั่งจราจรจากตำรวจทางหลวงเขตอีสานใต้ ส่งมายังบ้านพักหลายฉบับในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ทั้งที่ น.ส.พรพรรณ ยืนยันหนักแน่นว่ารถยนต์เก๋งไฟฟ้า MG สีเทา ทะเบียน 4 ขร 9868 กรุงเทพมหานคร ของตน ไม่เคยขับเดินทางไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงคาดว่าถูกมิจฉาชีพนำป้ายทะเบียนไปสวมใช้งาน เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กองกำกับการ 6 จึงได้จัดตั้งทีมสืบสวนและนำข้อมูลเข้าสู่ระบบตรวจสอบรถสวมทะเบียนเพื่อแกะรอยติดตามอย่างใกล้ชิด

กระทั่งเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 13.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ สืบทราบว่ารถเป้าหมายคันดังกล่าวกำลังขับออกจากอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 24 เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังดักซุ่มกระทั่งรถคันดังกล่าวขับมาจอดติดสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกไฟแดงสระขุด อำเภอหนองกี่ จึงแสดงตัวเข้าสกัดจับไว้ได้ ตรวจค้นภายในรถนอกจากป้ายทะเบียนปลอมที่ติดอยู่นอกรถแล้ว ยังพบแผ่นป้ายทะเบียนจริงหมายเลข 5 ขด 1636 กรุงเทพมหานคร พร้อมป้ายป้ายภาษีซุกซ่อนอยู่ท้ายรถและช่องเก็บของด้านหน้าอีกด้วย

จากการสอบสวน นายณัฐวัตร ให้การรับสารภาพว่า ตนเองประกอบอาชีพรับเหมาเดินสายไฟฟ้า แต่ประสบปัญหาทางการเงินไม่มีเงินชำระค่างวดรถยนต์และเกรงว่าจะถูกบริษัทไฟแนนซ์ตามยึดรถ จึงสืบค้นและสั่งซื้อแผ่นป้ายทะเบียนปลอมพร้อมป้ายภาษีผ่านช่องทางออนไลน์มาติดสวมแทนป้ายจริง เพื่อใช้ขับไปทำงานและหลบเลี่ยงการติดตามของไฟแนนซ์ โดยไม่คาดคิดว่าหมายเลขทะเบียนปลอมที่สั่งมาจะไปตรงกับรถที่มีผู้ใช้งานจริงในปทุมธานีจนทำให้เจ้าของรถตัวจริงเดือดร้อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหา "ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม" ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองกี่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
