009

009

ชุมพรฉาวเดือด! โครงการอาหารกลางวันพ่นพิษ ยายวัย 63 ร้องสื่อถูกสวมชื่อเป็นแม่ครัวโรงเรียน ทั่งที่ไม่เคยทำจริง สุดช็อกโดนสรรพสามิตประเมินภาษีย้อนหลังเฉียดล้านบาทจนครอบครัวพัง ล่าสุดอดีตแม่ครัวจริงโผล่แฉเพิ่มปมส่วยภาษี ไม่ยอมช่วยหารโดนบีบพ้นกลุ่มไลน์-ไล่ออกเซ่นพิษบัตรคนจน พ่วงค้างเงินสำรองจ่ายครึ่งหมื่น จี้ต้นสังกัดลากไส้ผู้บริหารเอี่ยวโกงงบ

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุอื้อฉาวทุจริตเชิงนโยบายในสถานศึกษา หลังเกิดปมร้องเรียนโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ซึ่งกำลังลุกลามบานปลายและได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากมีชาวบ้านและอดีตลูกจ้างออกมารวมตัวร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารโรงเรียนว่ามีพฤติกรรมนำชื่อบุคคลภายนอกไปแอบอ้างสวมสิทธิ์เพื่อผลประโยชน์บางประการ จนทำให้เหยื่อได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรง

คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นางจิรพร อริยเดช อายุ 63 ปี ชาวตำบลวังไผ่ อำเภอเมืองชุมพร ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร โดยระบุว่า ตนเองถูกนำชื่อและข้อมูลส่วนบุคคลเข้าไปสวมรอยเป็นแม่ครัวในระบบจัดซื้อจัดจ้างโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนดังกล่าว ทั้งที่ในความเป็นจริงตนไม่เคยเข้าร่วมดำเนินงาน ไม่เคยย่างกรายเข้าไปเป็นแม่ครัว และไม่เคยได้รับค่าตอบแทนใด ๆ เลยแม้แต่บาทเดียว ทว่าต่อมากลับถูกหน่วยงานภาครัฐตรวจสอบและส่งหนังสือประเมินเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเป็นจำนวนเงินสูงเกือบ 1,000,000 บาท สร้างความเสียหายและความเครียดให้แก่ตนเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก จึงต้องแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

IMGE54190

ล่าสุด เรื่องราวดังกล่าวทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อ นางกรรณิการ์ สิงห์อยู่ อดีตแม่ครัวตัวจริงของโรงเรียนดังกล่าว ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนเป็นรายที่ 2 โดยแฉพฤติการณ์ว่า ช่วงปลายปี 2568 ทางโรงเรียนได้จัดประชุมกลุ่มแม่ครัวเพื่อบีบบังคับให้ร่วมกันรับภาระจ่ายภาษีที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ แต่นางกรรณิการ์ได้ปฏิเสธ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อสิทธิประโยชน์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) และภาระยื่นภาษีส่วนบุคคล หลังจากนั้นไม่นานก็มีการส่งข้อความข่มขู่ในกลุ่มไลน์ว่าหากใครไม่ร่วมมือจะต้องออกจากงาน ก่อนที่ตนจะถูกลบออกจากกลุ่มและถูกไล่ออกในเวลาต่อมา ทั้งที่ไม่มีความผิด นอกจากนี้ก่อนตกงาน ตนยังได้สำรองเงินส่วนตัวจ่ายค่ากล่องอาหารกลางวันเด็กไปจำนวน 5,030 บาท เนื่องจากติดวันหยุดราชการ แต่จนถึงปัจจุบันทางโรงเรียนก็ยังไม่ยอมคืนเงินให้ ซึ่งเคยนัดไกล่เกลี่ยที่ศาลเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมาแต่ก็เหลว

ทางด้านกลุ่มผู้เสียหายจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานทางการศึกษา หน่วยงานตรวจสอบภาครัฐ และกระบวนการยุติธรรม เร่งปูพรมตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณอาหารกลางวันของโรงเรียนแห่งนี้อย่างรอบด้าน เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่คนบริสุทธิ์ ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิ์ชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าต่อสู้คดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

(รายงานข่าวโดย ธนากร โกศลเมธี / ชุมพร)

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888