มหัศจรรย์ใต้ท้องทะเล! รู้จัก “เม่นทะเลหมวกกันน็อก” นักรบตัวจิ๋วต้านคลื่นซัดแรง พบได้ยากที่ “เกาะสิมิลัน” งานวิจัยชี้ทนแรงปะทะเทียบเท่าพายุถอนรากต้นไม้
z-z618485291573.webp)
เม่นทะเลหมวกกันน็อก นักรบตัวจิ๋วที่ท้าทายกับคลื่นทะเล! รู้จัก "Helmet Urchin" เม่นทะเลสุดแปลกตา หนามแบนเรียงชิดคล้ายหมวกกันน็อกช่วยลดแรงกระแทกคลื่นซัดแรง พบได้ยากยิ่งในไทยที่อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน งานวิจัยเผยต้านแรงคลื่นเทียบเท่าพายุถอนต้นไม้ได้เลย

พังงา-ธรรมชาติได้สร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตให้มีกลไกการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะ “เม่นทะเลหมวกกันน็อก” (Helmet Urchin) หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ Colobocentrotus atratus เม่นทะเลรูปร่างแปลกตาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความสามารถในการเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายตามโขดหินชายฝั่งที่มีคลื่นซัดรุนแรงได้อย่างน่าอัศจรรย์


เกราะธรรมชาติสุดล้ำ-ดีไซน์ท้าทายคลื่นซัด:
ความพิเศษของเม่นทะเลชนิดนี้ แตกต่างจากเม่นทะเลทั่วไปที่มีหนามยาวแหลม โดยเม่นหมวกกันน็อกจะมีหนามด้านบนสั้น แบน และเรียงชิดติดกันคล้ายกระเบื้อง มุงเป็นรูปทรงโดมเตี้ยคล้ายหมวกกันน็อก ซึ่งโครงสร้างดังกล่าวช่วยลดแรงปะทะและแรงกระแทกจากกระแสน้ำและคลื่นทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีหนามแบนบริเวณขอบร่วมกับเท้าท่อ (Tube feet) ที่ช่วยยึดเกาะโขดหินริมฝั่งได้อย่างแน่นหนา อาหารหลักคือสาหร่ายที่เกาะตามพื้นผิวหิน


การกระจายพันธุ์และความหายากในไทย:
เม่นทะเลหมวกกันน็อกมีการกระจายพันธุ์มากในเขตอินโด-แปซิฟิก รวมถึงบริเวณหมู่เกาะฮาวาย สำหรับในประเทศไทยจัดเป็นสัตว์ทะเลที่หาพบได้ยากยิ่ง โดยพบเจอได้เพียงบางพื้นที่เท่านั้น และหนึ่งในแหล่งอาศัยสำคัญคือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

งานวิจัยยืนยันความแข็งแกร่งต้านแรงพายุ:
จากการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยระดับสากล โดยเฉพาะงานศึกษาทดสอบแรงยึดเกาะของ Santos & Flammang (2007) พบข้อเท็จจริงอันน่าทึ่งว่า เม่นหมวกกันน็อกมีความสามารถในการต้านทานแรงปะทะของคลื่นได้ตั้งแต่ความเร็ว 17.5 เมตรต่อวินาที ไปจนถึงความเร็วสูงสุดถึง 27.5 เมตรต่อวินาที ซึ่งหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน ความเร็วระดับ 27.5 เมตรต่อวินัตินี้เทียบเท่ากับความรุนแรงของพายุที่สามารถพัดถอนต้นไม้ใหญ่ได้ทั้งต้น
เม่นทะเลหมวกกันน็อกจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างอันทรงคุณค่าที่แสดงให้เห็นว่า การปรับตัวทางกายภาพเพียงเล็กน้อย อาจเป็นกุญแจสำคัญสูงสุดของการดำรงชีวิตและการอยู่รอดในโลกใต้ทะเลอันดุเดือด
ขอบคุณภาพข้อมูลจากเพจอุทยานแห่งชาติ
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
