121

121

คณะทำงาน “อัยการ-ตำรวจ” มีมติเเจ้งข้อหาเพิ่ม “อดีตผู้การฯชลบุรี-พวก” ผิด “พ.ร.บ.อุ้มหายฯ” อีกข้อหา ด้าน “วัชรินทร์” ชี้ออกหมายเรียกรับทราบข้อหา 12-13 ก.พ.นี้ ในคดี “เป้รักผู้การ 140  ล้าน”

เมื่อวันที่ 25 ม.ค.67 ที่ห้องประชุมตึกกองบังคับการกฎหมายเเละคดีตำรวจภูธรภาค 1 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ถนนวิภาวดี คณะพนักงานสอบสวนในคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับทรัพย์จากเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ 140 ล้านบาท นำโดยนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน หัวหน้าชุดคณะทำงานตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนชุด เเละคณะอัยการเเละตำรวจร่วมประชุมคับคั่ง

สืบเนื่องจากกรณีมีผู้เสียหาย 6 ราย แจ้งความที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ อดีต ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมพวกรวม 10 คน เรียกรับเงินกว่า 140 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่มาของวลีเด็ดว่า “เป้รักผู้การเท่าไหร่…เป้เขียนมา” ซึ่ง พล.ต.ต.กัมพล ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง โดยการประชุมใช้เวลาตั้งเเต่ 09.00 น.-15.00 น.เศษเป็นเวลากว่า 6 ชั่วโมง

ภายหลังการประชุม นายวัชรินทร์ พร้อมด้วยพล.ต.ท.อัคราเดช ได้ให้สัมภาษณ์ โดย พล.ต.ท.อัคราเดช กล่าวว่า วันนี้ใช้เวลาประชุมตั้งแต่เช้าเพื่อความละเอียดรอบคอบและรัดกุมมากที่สุดซึ่งการสอบพยานทั้งหมดซึ่งสอบไปแล้ว 130 กว่าปาก การพิจารณาในการที่จะดำเนินคดีคนใดบ้างซึ่งตรงนี้ก็ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะมีผู้ถูกเเจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 22 ราย โดย พล.ต.ต.กัมพล อดีตผบก.ภ.จว.ชลบุรี ก็โดนเเจ้งข้อหาพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯด้วย

นายวัชรินทร์ หัวหน้าชุดคณะทำงานตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน กล่าวว่า วันนี้จากการประชุมชุดของอัยการที่เป็นชุดที่พิจารณาร่วมกันได้ใช้ความละเอียดมากตั้งเเต่ 09.00 น. จนได้บทสรุปความผิดในคดี พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า พ.ร.บ.อุ้มหายฯโดยมีการเเจ้งข้อหาผู้ต้องหาที่เป็นข้าราชการตำรวจทั้งสิ้น 17 นายและมีพลเรือนที่ไม่ได้เป็นตำรวจอีก 4 นาย เเละครั้งนี้มีมติให้เเจ้งข้อหารายใหม่เพิ่มอีก 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่ง 1 รายใหม่นี้เป็นคดีอันเป็นเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเเต่ไม่มี พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ทั้งสิ้น 22 ราย

ในส่วน พล.ต.ต.กัมพล อดีต ผบก.ภ.จว.ชลบุรีกับพวกรวม 21 นาย เดิมพนักงานสอบสวนชุดเดิมได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาไว้ ก็คือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ เเละความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และข้อหาอื่นๆที่มีรายละเอียดปลีกย่อย แต่วันนี้มีการพิจารณาว่าเข้าตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯซึ่งข้อหาในส่วนนี้ชุดพนักงานสอบสวนมีการพิจารณาเมื่อพนักงานอัยการเข้ามากำกับ

จากการตรวจสอบการสอบสวนซึ่งเป็นไปตามมาตรา 30 ในส่วนที่มีพลเรือนโดนข้อหานี้ด้วยเพราะในพ.ร.บ.ฉบับนี้ข้อสำคัญคือไม่ว่าจะเป็นพลเรือนหรือเจ้าหน้าที่ สามารถถูกดำเนินคดีเพราะมีการกระทำที่ร่วมกันกระทำความผิดได้บทนิยามถือไว้เลยว่า แม้ไม่ใช่เจ้าพนักงานแต่เจ้าพนักงานให้ทำหน้าที่หรือให้ช่วยเหลือก็ถือว่าได้มีการกระทำความผิด ตรงนี้ไม่ได้เป็นการสนับสนุนแต่เป็นการร่วมกันกระทำผิด

ส่วนจะสรุปสำนวนพร้อมความเห็นส่งอัยการปราบปรามทุจริตฯได้เมื่อไหร่นั้นขั้นตอนจะต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติมก่อน ต้องทำหนังสือออกหมายเรียกไปให้ผู้ต้องหาดังกล่าวทั้ง 22 ราย มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อทำการแจ้งข้อกล่าวหาในวันที่ 12 เเละ13 ก.พ.ให้มารับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการกฎหมายเเละคดีตำรวจภูธรภาค 1 ตนเห็นว่าบางทีเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่าการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ออกมาใหม่ หลักสำคัญคือการจับกุมผู้ต้องหา 1. ต้องมีการแจ้งการจับตามมาตรา 22 หลังจากแจ้งการจับเสร็จแล้วจะต้องส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี แต่ถ้าเกิดมีการจับแล้วไม่ได้มีการนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายอันนี้อาจจะถือว่าเข้าข่ายความผิดมาตรา 7

ส่วนขั้นตอนต่อไปเมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ก็ต้องสรุปสำนวนทำความเห็นในคดีซึ่งเราให้สิทธิผู้ต้องหาที่จะอ้างพยานหลักฐานอะไรเข้ามาได้ เราให้สิทธิเต็มที่ เราไม่ได้ตัดสิทธิ การแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้หมายความว่าเราจะสรุปสำนวนสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเพียงแต่เป็นการเริ่มต้นของการสอบสวนที่เราเห็นว่า มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าน่าจะมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ซึ่งผู้ต้องหาเองก็มีสิทธิ์ที่จะโต้แย้งหรือว่านำพยานหลักฐานเข้ามา ให้เราสอบได้เรากำหนดเวลาไว้แล้วว่าจะต้องเสร็จภายใน 60 วัน

ซึ่งคดีนี้ตั้งเเต่เริ่มเเรกทางพนักงานสอบสวนไม่มีการยื่นฝากขังผู้ต้องหาแต่อย่างใด ส่วนที่เเจ้งข้อหาเพิ่มตาม พรบ.อุ้มหายฯนี้ก็ไม่ต้องยื่นฝากขังถือว่าเป็นการแจ้งข้อหา ซึ่งผู้ต้องหาส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้าราชการตำรวจอยู่แล้ว

“ผู้ต้องหาชุดนี้ข้อหาเดิมก็มีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149, 157 แล้วก็มีพวกกักขังหน่วงเหนียวนั่นคือข้อหาเล็กๆ แล้วก็มีวันนี้ที่เเจ้งเพิ่มก็คือ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ” นายวัชรินทร์ ระบุ

 

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888