1

1

รอดคู่! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์สั่งตีตกคำร้องสอยเก้า "อนุทิน-พิพัฒน์" ปมแต่งตั้งนั่งคุมนโยบายพลังงานเอื้อธุรกิจเครือญาติและราคาน้ำมันพุ่ง ตุลาการชี้ชัด นายธนะวิทย์ ผู้ร้อง ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ย้ำชัดกฎหมายมีช่องทางเฉพาะ ให้สิทธิเพียง ส.ส.-ส.ว.-กกต. ยื่นตรวจสอบรัฐมนตรีเท่านั้น ประชาชนทั่วไปหมดสิทธิ์ร้องตรง

วันที่ 1 ก.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งในคดีสำคัญทางการเมือง โดยมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในกรณีที่นายธนะวิทย์ วงศ์ธารทิพย์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม เพื่อให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ผู้ถูกร้องที่ 2) จากปมเงื่อนงำการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ธุรกิจพลังงานเครือญาติ โดยศาลระบุชัดเจนว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่จะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลในลักษณะนี้ได้

สืบเนื่องจากนายธนะวิทย์ (ผู้ร้อง) ได้ยื่นร้องต่อศาลโดยกล่าวอ้างว่า การที่นายอนุทินมีคำสั่งแต่งตั้งให้นายพิพัฒน์ เข้าดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจกำกับดูแลและสั่งการเกี่ยวกับนโยบายพลังงาน ตลอดจนการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ ทั้งที่นายพิพัฒน์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในธุรกิจพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนต่อธุรกิจของตนเองและเครือญาติ ประกอบกับมีการแถลงข่าวแก้ไขปัญหาสถานีบริการน้ำมันขาดแคลนจนส่งผลกระทบต่อประชาชน ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายโดยตรงจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) รวมถึงมาตรา 184 และ 186

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาหารือและอภิปรายร่วมกันแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารหลักฐานประกอบทั้งหมด ไม่ปรากฏพฤติการณ์หรือข้อบ่งชี้ว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง และได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการแต่งตั้งผู้ถูกร้องทั้งสองอย่างไร ส่งผลให้ผู้ร้องไม่ใช่บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ที่จะอาศัยสิทธิตามกฎหมายยื่นร้องเรียนได้

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังได้ให้เหตุผลข้อกฎหมายสำคัญเพิ่มเติมว่า การขอให้ศาลวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 นั้น กฎหมายได้บัญญัติช่องทางและกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีไว้เป็นการเฉพาะแล้ว โดยให้สิทธิแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของแต่ละสภา ในการเข้าชื่อร้องต่อประธานสภาตนเองเพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ หรือเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เท่านั้นที่จะส่งเรื่องได้ เมื่อเป็นกรณีที่มีกฎหมายกำหนดกระบวนการร้องไว้เฉพาะแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาตามมาตรา 47 (2) และทำให้นายไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามมาตรา 213 ได้ในที่สุด

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888