มติที่ประชุมป.ป.ช.ชี้ขาดไม่ส่งคืนคดี“บิ๊กโจ๊ก”ให้ตร.แถมขอสำนวน“8ลูกน้อง”มาดำเนินการเองด้วย!

มติที่ประชุม “ป.ป.ช.” ชี้ขาด ไม่ส่งสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” พัวพันบัญชีม้าเว็บพนันออนไลน์มินนี่ให้ตำรวจ เนื่องจากเป็นผู้ดำรงตำแหน่งสูงกว่าผู้ร้องเรียน เป็นเรื่องร้ายแรงมีผลกระทบในวงกว้าง มอบหมายไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 พร้อมทำหนังสือขอสำนวนการสอบสวนคดีลูกน้อง 8 คนของบิ๊กโจ๊กกลับมาดำเนินการเอง เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวพันกัน
จากกรณีพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีทำหนังสือถึง ป.ป.ช.ขอรับสำนวนคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กับพวกรวม 5 นาย ถูกพนักงานสอบสวน บก.ปปป.กล่าวหากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และมาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินฯ เชื่อมโยงไปยังกลุ่มบัญชีม้าเครือข่ายเว็บพนัน “มินนี่” ของ น.ส.ธันยนันท์ สุจริตชินศรี พร้อมระบุด้วยว่า หากรับสำนวนกลับมาเตรียมดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินเพิ่มด้วย จนเกิดการแถลงข่าวตอบโต้กันไปมา เกิดความระส่ำระสายไปทั้งวงการตำรวจ กระทั่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.ต้องออกมาหย่าศึกห้ามทั้ง 2 ฝ่ายหยุดให้ข่าว รอการพิจารณาของ ป.ป.ช.นั้น
ความคืบหน้าล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 4 มี.ค. นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (เลขาธิการ ป.ป.ช.) กล่าวว่า ในการประชุม ป.ป.ช.วันนี้ มีมติ 4 ต่อ 1 เสียง รับพิจารณาคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.กับพวก เรียกรับเงินพัวพันเว็บพนันออนไลน์เครือข่ายมินนี่ และร่วมกันฟอกเงิน ป.ป.ช.เห็นว่าเป็นการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงกว่าผู้ร้องเรียนที่อยู่ในระดับผู้อำนวยการ และกล่าวหากระทำความผิดร้ายแรงมีผลกระทบในวงกว้าง เข้าข่ายความผิดร้ายแรงหลายข้อ และมูลค่าที่กล่าวหาสูง อยู่ในอำนาจ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ไม่สามารถมอบหมายให้หน่วยอื่นดำเนินการได้
“ป.ป.ช.มีมติให้รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาดำเนินการตรวจสอบและไต่สวนเอง ประกอบกับมีเรื่องข้อกล่าวหาเดิมที่ลูกน้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ 8 คนถูกดำเนินคดี เคยส่งให้ตำรวจไปดำเนินการ มีความเกี่ยวพันกันในเรื่องบัญชีม้า ทั้ง 2 เรื่องนี้ต้องทำไปพร้อมกัน มีมติให้ดึงสำนวนดังกล่าวกลับมาพิจารณาพร้อมกัน” เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าว
นายนิวัติไชยกล่าวต่อว่า ส่วนกรอบระยะเวลาการทำงาน การดำเนินการต้องดูข้อมูลที่พนักงานสอบสวนจะส่งมา เพราะส่งมายังไม่ครบ หากส่งมาครบสามารถสั่งไต่สวนได้เลย ไม่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จริงๆวันนี้คุยกันเรื่องกรอบเวลาการทำงานด้วย แต่ยังไม่เห็นว่าสำนวนมีพยานหลักฐานอะไร เพราะทางอัยการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ต้องดูสำนวนตำรวจก่อน หากครบถ้วนแล้วสั่งไต่สวนโดยองค์คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งคณะ ทั้งนี้ อยู่ระหว่างจัดทำหนังสือให้ส่งคืนเรื่องกลับมา หากส่งกลับมาแล้ว ป.ป.ช.จะเรียกประชุมเลย เบื้องต้นสัปดาห์นี้น่าจะส่งหนังสือออกไปได้ เพราะที่ประชุมมีมติว่า ให้สำนักงานฯดำเนินการเลยโดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม ถ้าสำนวนที่ส่งมาครบถ้วนก็สั่งไต่สวนได้เลย และแจ้งข้อกล่าวหา จะเป็นโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง ถ้าชี้แจงแล้วฟังไม่ได้จะสรุปเพื่อมีคำวินิจฉัย
“การที่ ป.ป.ช.รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาเอง ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการดึงเรื่อง หรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวอะไร แต่ที่ดึงคืนมาเพราะเป็นเรื่องร้ายแรงมอบหมายไม่ได้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 อยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องร้ายแรงมอบไม่ได้ กรณีเจ้าหน้าที่รัฐหากเป็นระดับล่างอาจมอบได้ แต่เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงมอบไม่ได้ ประกอบกับมีเรื่องร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการทำสำนวนของ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ หวัดแวว ด้วย ป.ป.ช.เห็นว่าควรดำเนินการเอง ไม่ส่งตำรวจ” นายนิวัติไชยกล่าว.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
