ภาวะวิกฤตต้อน"ทักษิณ"เข้ามุมอับคดี“ป่วยทิพย์”ชั้น 14

โดยล่าสุด ศาลอาญาปฏิเสธคำร้องขอเดินทางออกนอกประเทศ ขณะที่แพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 รายที่เกี่ยวข้องกับการออกใบรับรองแพทย์อันเป็นประเด็นสำคัญในคดี “ป่วยทิพย์” ชั้น 14 ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม
ศาลปฏิเสธคำร้อง “บินไปเจรจาทรัมป์” ชี้ไร้หลักฐาน-กระทบกระบวนการพิจารณา
เมื่อวันที่ 8 พ.ค.68 นายทักษิณ ชินวัตร ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอเดินทางออกนอกประเทศไปยังกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยอ้างว่าได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำจากเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตผู้นำสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย และมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือด้านมาตรการภาษีส่งออกที่สหรัฐฯ กำหนดต่อประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าการเชิญดังกล่าวเป็นเพียงคำกล่าวอ้างส่วนตัว ไม่มีเอกสารยืนยันหรือรายละเอียดกำหนดการที่ชัดเจน อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ใกล้กับวันนัดพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ซึ่งอาจกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมได้
แพทยสภาลงดาบ “หมอทักษิณ” 3 ราย ปมใบรับรอง “ป่วยทิพย์”
นอกจากศาลจะไม่อนุญาตให้นายทักษิณเดินทางออกนอกประเทศแล้ว อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่เขย่าวงการ คือ มติของแพทยสภาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 5/2568 เพื่อพิจารณากรณีจริยธรรมของแพทย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารทางการแพทย์ให้กับนายทักษิณ
โดยผลการพิจารณา แพทยสภามีมติลงโทษแพทย์รวม 3 ราย ประกอบด้วยพักใช้ใบอนุญาตฯ 2 ราย: เนื่องจากให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่รองรับว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤตจริง และตักเตือน 1 รายฐานกระทำผิดมาตรฐานวิชาชีพจากการออกใบส่งตัวโดยไม่ตรวจสอบรอบด้าน
อะไรก็ตาม มติดังกล่าวยังไม่ถือเป็นที่สุด โดยจะต้องเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะประธานสภานายกพิเศษเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
มุมอับของทักษิณกับคำถาม “ความยุติธรรมเท่าเทียม”
สถานการณ์ล่าสุดนี้ถูกมองว่าเป็น “จังหวะนรก” ที่ต้อนอดีตนายกฯ ผู้นี้เข้าสู่มุมอับทางกฎหมายและความชอบธรรม ทั้งจากการเคลื่อนไหวของศาลที่เข้มงวดในการพิจารณาการขอเดินทางออกนอกประเทศ และการที่องค์กรวิชาชีพแพทย์ออกมาชำระจริยธรรมในกรณีการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เป็นเวลานานถึง 180 วัน
กรณีดังกล่าวไม่เพียงแต่สั่นคลอนภาพลักษณ์ของตัวนายทักษิณเองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการตั้งคำถามของสังคมที่มีต่อความยุติธรรมในกระบวนการทางการแพทย์และกฎหมาย ว่าควรมีมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคนหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจหรือบุคคลสำคัญทางการเมือง
จุดพลิกสำคัญก่อนพิจารณาคดีจุดพลิกสำคัญก่อนพิจารณาคดี 13 มิ.ย.นี้
นับถอยหลังไปสู่วันที่ 13 มิถุนายน 2568 ซึ่งศาลฎีกาฯ นัดพิจารณาคดีสำคัญ “ชั้น 14” ที่หลายฝ่ายคาดว่าอาจเป็นตัวแปรสำคัญในอนาคตทางการเมืองของนายทักษิณ คำตัดสินในวันนั้นจะไม่เพียงแต่มีผลต่อเจ้าตัว หากแต่อาจสะเทือนเสถียรภาพของรัฐบาลและสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
