พ่อยอมติดคุก! สุดทนคว้า .357 ยิงสวนลูกทาสยานรกดับสลดหลังหลอนยาอาละวาดพังบ้านใช้มีดพร้าไล่ฟันพ่อ

พ่อวัย 60 ปี สุดกล้ำกลืนฝืนทน ยอมมอบตัวติดคุกชดใช้กรรม หลังคว้าปืนหมุนลูกโม่ขนาด .357 ลั่นไกยิงสวนปะทะหน้าอกลูกชายวัย 31 ปี ดับสลดคามือ เผยปมขมขื่นใจอุ้มพาไปบำบัดยาเสพติดหลายรอบไม่เคยหายขาด ก่อนเกิดเหตุหลอนยานรกคลั่งอาละวาดลั่นบ้าน คว้ามีดพร้าปรี่จะฟันพ่อแท้ๆ ล่าสุดตำรวจ สภ.สิชล บุกค้นบ้านยึดของกลางปืนพร้อมกระสุน คุมตัวดำเนินคดีฆ่าคนตายปิดฉากคดีครอบครัวสุดรันทด
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ร.ต.อ.อนุรักษ์ ช่วยแก้ว รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งประสานงานฉุกเฉินจากเจ้าหน้าที่แพทย์เวรโรงพยาบาลสิชล ว่ามีผู้ป่วยถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำส่งตัวมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ขอให้เดินทางมาทำการร่วมชันสูตรพลิกศพด้วย หลังรับแจ้งจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมรุดเดินทางไปตรวจสอบร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และอาสาสมัครมูลนิธิเพชรเกษมสิชล เมื่อไปถึงอาคารนิติเวชโรงพยาบาลสิชล เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเพศชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .357 เข้าที่บริเวณหน้าอกตัดขั้วหัวใจจำนวน 1 นัด
จากการสืบสวนไทม์ไลน์ระบบโลจิสติกส์การเคลื่อนย้าย (Traceability) เบื้องต้นพบว่า จุดเกิดเหตุปะทุขึ้นในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลเสาเภา อำเภอสิชล โดยก่อนหน้านี้มีพลเมืองดีไปพบตัวนายเอ นอนแน่นิ่งหายใจรวยระรินอยู่ริมถนนข้างรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษมสิชลจึงได้รีบเข้าให้การช่วยเหลือ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและทำซีพีอาร์ (CPR) ปั๊มหัวใจอย่างสุดความสามารถ ก่อนนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน แต่เนื่องจากกระสุนทำลายอวัยวะภายในสำคัญ ทำให้ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและสิ้นใจในเวลาต่อมา ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สิชล ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พบร่างผู้ตายริมถนน และได้ทำการเข้าควบคุมตัวสอบปากคำ นายชาติ (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี บิดาแท้ๆ ของผู้ตาย พร้อมทั้งนำตัวไปตรวจวิเคราะห์คราบเขม่าดินปืนตามระบบนิติวิทยาศาสตร์
จากการสอบปากคำ นายชาติ ได้รับสารภาพทั้งน้ำตาว่าเป็นคนลั่นไกสังหารลูกชายของตนเองจริง โดยให้การด้วยความขมขื่นว่า ลูกชายมีพฤติกรรมพัวพันสิ่งผิดกฎหมายและติดยาเสพติดอย่างหนัก ตนเองและญาติเคยพยายามพาตัวไปเข้าศูนย์บำบัดรักษามาแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่หายขาด เมื่อกลับมาอยู่บ้านมักจะเกิดอาการหลอนยาหลุกลี้หลุกลนและคลุ้มคลั่งอาละวาดทำลายข้าวของอยู่เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ นายเอ เกิดอาการหลอนยาอย่างรุนแรงและส่งเสียงดังอาละวาดลั่นบ้าน จนเกิดปากเสียงทะเลาะวิวาทกับนายชาติอย่างรุนแรง ตนพยายามว่ากล่าวตักเตือนให้สติ แต่กลับสร้างความโกรธแค้นให้นายเอ วิ่งไปหยิบมีดพร้าเล่มใหญ่ปรี่เข้ามาหมายจะฟันทำร้ายตนในระยะกระชั้นชิด ด้วยความตกใจและต้องการปกป้องชีวิตตนเอง นายชาติจึงตัดสินใจคว้าปืนพกยิงสวนออกไป 1 นัดเพื่อระงับเหตุ ยับยั้งอาการคลั่งจนลูกชายฟุบแน่นิ่งไป
นายชาติ ให้การต่อไปว่า หลังเสียงปืนสงบลง ตนเห็นลูกชายยังไม่เสียชีวิต จึงตั้งใจจะช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาล โดยอุ้มร่างลูกชายขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟเพื่อขับออกไปขอยกเว้นการรักษา แต่ขับขี่รถออกไปได้เพียงประมาณ 1 กิโลเมตร ปรากฏว่าลูกชายทนพิษบาดแผลไม่ไหว เกิดอาการหมดสติ ทรงตัวอยู่บนเบาะไม่ได้และร่วงตกไปนอนแน่นิ่งริมถนน ตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยเหลือ ส่วนตนเองย้อนกลับมาเก็บตัวรอมอบตัวอยู่ที่บ้านพัก
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก พบของกลางอาวุธปืนพกสั้นชนิดโม่หมุนขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนบรรจุอยู่จำนวน 4 นัด จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นพยานวัตถุในระบบไอทีคดีอาญา พร้อมนำตัวนายชาติไปแจ้งข้อกล่าวหาหนัก "ฆ่าคนตายโดยเจตนา" และ "ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน" ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.สิชล ดำเนินการควบคุมตัวส่งฟ้องดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
