พี่สาวสารภาพพลั้งมืออุดปาก "น้ององุ่น" ดับ ร่วมกับน้ายัดกระสอบทิ้งสวนยาง

สุดช็อก! คดี "น้ององุ่น" 7 ขวบหักมุมดุจฝันร้าย พี่สาววัย 13 ปีเปิดปากสารภาพ ทะเลาะกันในบ้านจนพลั้งมือล้างมืออุดปากอุดจมูกน้องแท้ๆ จนขาดใจตายคาที่ ก่อนลากน้าชายวัย 17 ปีร่วมขบวนการ นำร่างยัดตู้เสื้อผ้าอำพราง ยัดใส่กระสอบปุ๋ยแบกไปโยนทิ้งกลางสวนยางบ้านทิโคร่ง ตร.คุมตัวทำแผนฯ ชาวบ้านปล่อยโฮ ไม่อยากเชื่อสายตาพี่-น้าในไส้ทำกันได้ลงคอ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ามหากาพย์คดีสะเทือนขวัญ กรณีพบศพ "น้ององุ่น" เด็กหญิงวัย 7 ปี เสียชีวิตปริศนาอยู่กลางป่าสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 หลังหายออกจากบ้านพักตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากเกิดเหตุชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี, สืบสวนภาค 7, ตำรวจกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้สนธิกำลังแกะรอยล่าตัวคนร้ายอย่างหนัก

ล่าสุด คดีเกิดการพลิกผันและหักมุมครั้งใหญ่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่คนในพื้นที่อย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว เด็กหญิงกานดา (สงวนนามสกุล) อายุ 13 ปี พี่สาวแท้ๆ ของน้ององุ่น และนายแป๊ะ (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายของผู้ตาย เดินทางมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ หลังจากที่เด็กหญิงกานดา ยอมเปิดปากสารภาพสารพัดข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองคือผู้ลงมือก่อเหตุทำให้น้องสาวแท้ๆ เสียชีวิตคามือ

โดยเด็กหญิงกานดา อ้างว่า ในวันเกิดเหตุ (30 พ.ค.) ตนและน้ององุ่นได้เกิดมีปากเสียงและทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงภายในบ้านพัก ด้วยความโมโหและอารมณ์ชั่ววูบ ตนจึงล้างมือแล้วใช้มืออุดปากอุดจมูกน้ององุ่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง ทว่ากลับพลั้งมือหนักเกินไปจนทำให้น้องสาวขาดอากาศหายใจและแน่นิ่งเสียชีวิตไปต่อหน้า ด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวความผิด จึงได้โทรศัพท์เรียก นายแป๊ะ น้าชายวัย 17 ปี ให้มาช่วยกันอุ้มร่างไร้วิญญาณของน้ององุ่นไปยัดซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าภายในบ้านเพื่ออำพรางสายตาผู้ปกครอง ก่อนที่ช่วงปลอดคนจะช่วยกันนำศพยัดใส่กระสอบปุ๋ย แล้วแบกหามลากลึกเข้าไปโยนทิ้งไว้กลางสวนยางพาราจนมีผู้มาพบศพ

สำหรับการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ มีชาวบ้านในพื้นที่เดินทางมาเฝ้าสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าระคนตกใจ โดยชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวทั่งน้ำตาว่า ตนไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเห็นครอบครัวนี้ใช้ชีวิตตามปกติ พี่สาวและน้าชายก็ดูรักและดูแลน้ององุ่นเป็นอย่างดี ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุสลดเพราะอารมณ์ชั่ววูบเช่นนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมประสานสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำเยาวชนทั้งสองอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนส่งตัวดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
